รองอสส.นำทีมถกปราบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติของไทยกับคณะผู้แทนสปป.ลาว
อัปเดตเมื่อ: 13 สิงหาคม 2569 เวลา 18:07อ่าน 2 นาที

รองอัยการสูงสุด นำพนักงานอัยการและเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายด้านการค้าสัตว์ป่าของไทย ประชุมหารือการปราบปรามการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติกับคณะผู้แทนฝ่าย สปป.ลาว นายมงคล จิรชัยสกุล
อ่านข่าวในหมวด สังคม เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
รองอัยการสูงสุด เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายไทย อันประกอบด้วยพนักงานอัยการจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่มีพรมแดนติดกับ สปป.ลาว และเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมศุลกากร และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการกับพนักงานอัยการและเจ้าหน้าที่ ผู้บังคับใช้กฎหมายของสปป.ลาว
รายละเอียดเพิ่มเติม
เรื่องความร่วมมือทางกฎหมายและการแลกเปลี่ยนข้อมูลในการต่อต้านอาชญากรรมเกี่ยวกับสัตว์ป่าข้ามชาติ ระหว่างวันที่ 12 – 14 สิงหาคม 2569 ที่ นครปากเซ แขวงจำปาศักดิ์ สปป.ลาว
การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายด้านการค้าสัตว์ป่า,
การบังคับใช้อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES), กรณีศึกษาเกี่ยวกับการดำเนินคดีการลักลอบค้าสัตว์ป่า,
สถานการณ์ล่าสุด
การแลกเปลี่ยนเทคนิคด้านการสืบสวนทางการเงินเพื่อสืบหาเส้นทางเงินและติดตามทรัพย์สินที่ได้มาจากอาชญากรรมเกี่ยวกับสัตว์ป่า
และการเสริมสร้างกระบวนการให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องทางอาญาสำหรับคดีสัตว์ป่าข้ามชาติ นอกจากนี้ นายมงคล จิรชัยสกุล
ยังได้นำคณะพนักงานอัยการไทยประชุมทวิภาคีกับคณะพนักงานอัยการ สปป.ลาว นำโดยนายคำเพ็ด สมวอละจิด รองอัยการสูงสุดแห่งสปป.ลาว
มุมมองและผลกระทบ
ซึ่งได้หารือเกี่ยวกับการปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงานอัยการสูงสุดแห่งราชอาณาจักรไทยและองค์การอัยการประชาชนสูงสุดแห่ง สปป.ลาว ฉบับลงวันที่ 25 มีนาคม
2547 โดยมุ่งดำเนินการตามพันธกรณีในการส่งเสริมความร่วมมือภายในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของแต่ละฝ่าย, การแลกเปลี่ยนคณะผู้แทนเพื่อหารือในประเด็นที่มีความสนใจร่วมกัน,
การอำนวยความสะดวกและส่งเสริมให้พนักงานอัยการในระดับท้องถิ่นตามแนวชายแดนพบปะและประสานงานด้านคดีร่วมกัน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
และการให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องทางอาญาเพื่อปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติตามแนวชายแดนทั้งสอง
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



