ทรัมป์กดดันพันธมิตรและจีนให้สนับสนุนสงครามเศรษฐกิจต่ออิหร่าน
อัปเดตเมื่อ: 21 สิงหาคม 2569 เวลา 16:04อ่าน 3 นาที

สหรัฐฯ เตือนพันธมิตรและจีนให้เข้าร่วมแคมเปญใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อโดดเดี่ยวเศรษฐกิจของอิหร่าน โดยประกาศว่ารัฐบาลวอชิงตันจะทำลายระบอบเตหะราน สก็อตต์ เบสเซนต์
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ (Photo by Finn Gomez / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / Getty Images via AFP) เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569 กล่าวว่า
รัฐบาลวอชิงตันของสหรัฐอเมริกาออกคำเตือนเชิงกดดันบรรดาพันธมิตรและจีนให้เข้าร่วมแคมเปญใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อโดดเดี่ยวเศรษฐกิจของอิหร่าน
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยประกาศว่าพวกเขาต้องการทำลายระบอบปกครองของเตหะราน อิหร่านประณามภัยคุกคามดังกล่าวของสหรัฐฯ ว่าเป็นการก่อการร้ายทางเศรษฐกิจ และจะไม่มีทางประสบความสำเร็จ
ภายใต้แรงกดดันภายในประเทศเกี่ยวกับผลกระทบของสงคราม และการเลือกตั้งกลางเทอมที่สำคัญกำลังจะมาถึง
ทรัมป์ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะดำเนินการทางเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมาต่ออิหร่าน สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวสนับสนุนความคิดเห็นของประธานาธิบดี
สถานการณ์ล่าสุด
โดยเน้นย้ำถึงแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อเตหะราน ท่ามกลางสงครามที่ยืดเยื้อมาเกือบ 6 เดือน "ความสัมพันธ์ใดๆ ที่เหลืออยู่กับเตหะรานจะเร่งให้ประเทศนั้นๆ ล่มสลายทางเศรษฐกิจ
ไม่ว่าความสัมพันธ์นั้นจะถูกสร้างขึ้นโดยเจตนาหรือถูกเพิกเฉยโดยจงใจก็ตาม" เบสเซนต์กล่าว ทั้งทรัมป์และรัฐมนตรีคลังยังไม่ได้เปิดเผยมาตรการที่พวกเขาวางแผนไว้ต่ออิหร่าน
ขณะที่เบสเซนต์ระบุว่าเขาจะให้รายละเอียดเพิ่มเติมในระหว่างการแถลงข่าวสัปดาห์หน้า
มุมมองและผลกระทบ
"ตอนนี้เราอยู่ในช่วงใหม่ที่เครื่องมือทรงประสิทธิภาพสูงสุดที่เรามีคือแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่เราสามารถใช้กับพวกเขาได้ และนี่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน
เพราะอิหร่านจะพยายามใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่อเราคืนเช่นกัน" เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐกล่าว เมื่อถูกถามว่าสหรัฐฯ จะกดดันจีนหรือไม่ เบสเซนต์กล่าวกับสื่อว่า
"การสนทนาหลายอย่างควรพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว แต่ถึงกระนั้น รัฐบาลปักกิ่งก็ควรร่วมมือกับเรา" ทั้งนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนมีกำหนดเยือนทำเนียบขาวในวันที่ 24 กันยายน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ความคิดเห็นของเบสเซนต์ถือเป็นการกลับมาพูดถึงการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในอิหร่านอีกครั้ง
หลังจากที่ทรัมป์ยืนยันมาหลายเดือนว่าเป้าหมายของสงครามคือการหยุดยั้งรัฐบาลเตหะรานไม่ให้มีอาวุธนิวเคลียร์ แต่หัวหน้ากระทรวงการคลังกล่าวว่า แผนทางเศรษฐกิจอาจสะท้อนว่าสหรัฐฯ
มีโอกาสน้อยที่จะกลับไปใช้ปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่ต่ออิหร่าน "หากเราใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจสูงสุด นั่นหมายความว่าอาจจะไม่มีการเริ่มต้นปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่ขึ้นอีก
แต่ผมขอเน้นย้ำว่านั่นเป็นเพียงปฏิบัติการชั่วคราว" เบสเซนต์กล่าว อับบาส อาราคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านตอบโต้ผ่านโซเชียลมีเดียว่า
"สิ่งที่เรียกว่าวันดีเดย์ทางเศรษฐกิจนั้นเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจจากวิกฤตของอเมริกาเอง นั่นคือหนี้สินที่ไม่เคยมีมาก่อนและต้นทุนดอกเบี้ยที่พุ่งสูงขึ้น" กระทรวงต่างประเทศ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



