‘ตรีรัตน์’เสนอรัฐลดภาษีน้ำมันก่อนดันอีวี ชี้รถกระบะยังจำเป็นต่อเศรษฐกิจไทย
อัปเดตเมื่อ: 11 สิงหาคม 2569 เวลา 17:03อ่าน 3 นาที

‘ตรีรัตน์’เสนอรัฐลดภาษีน้ำมันก่อนดันอีวี ชี้รถกระบะยังจำเป็นต่อเศรษฐกิจไทย นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นิว เอ็นเนอร์จี พลัส โซลูชั่นส์
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
จำกัด (NEPS) และที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิประจำคณะกรรมาธิการการพลังงาน เปิดเผยว่า รัฐบาลควรจัดลำดับความสำคัญของนโยบายการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
โดยเร่งปรับลดโครงสร้างราคาน้ำมันก่อนผลักดันการใช้ EV อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลที่สูงถึงลิตรละ 6 บาท รวมถึงทบทวนภาษีและต้นทุนอื่นในโครงสร้างราคาน้ำมัน
รายละเอียดเพิ่มเติม
คาดว่าจะช่วยให้ราคาน้ำมันปรับลดลงได้ราว 5 บาทต่อลิตร ทำให้ต้นทุนค่าขนส่งและค่าครองชีพของประชาชนลดลงโดยตรง “รัฐบาลควรรีดไขมัน ออกจากโครงสร้างราคาน้ำมันก่อน
เพราะคนที่ใช้น้ำมันดีเซลจำนวนมากคือเกษตรกรและผู้ประกอบการขนส่ง รถกระบะยังเป็นหัวใจของเศรษฐกิจไทย แต่ปัจจุบันยังไม่มีรถกระบะ EV หรือรถบรรทุก 6 ล้อ และ 10 ล้อ
ที่สามารถทดแทนการใช้งานได้จริง โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่โครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จยังไม่ครอบคลุม ดังนั้น การเปลี่ยนผ่านพลังงานต้องมองตามความเป็นจริง
สถานการณ์ล่าสุด
ไม่ใช่มองเฉพาะการใช้งานของคนเมือง” นายตรีรัตน์ กล่าว นายตรีรัตน์ กล่าวว่า สำหรับการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ภาครัฐก็ควรเดินหน้าสนับสนุน แต่ต้องเปิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
ไม่ควรจำกัดสิทธิประโยชน์เฉพาะรถ EV จากจีน เนื่องจากปัจจุบันรถ EV จากจีนได้รับสิทธิภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ทำให้มีภาษีนำเข้า 0% ขณะที่รถ EV จากประเทศอื่น อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลี
ยังไม่ได้รับสิทธิในระดับเดียวกัน จึงควรปรับกติกาให้ผู้ผลิตทุกประเทศแข่งขันได้อย่างเท่าเทียม และควรยกระดับพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าให้ครอบคลุม
มุมมองและผลกระทบ
เพื่อให้การใช้งาน EV ขยายตัวได้จริงในระยะยาว นายตรีรัตน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ภาครัฐบาลควรสร้าง New Economy เพื่อฟื้นกำลังซื้อในประเทศ ผ่านการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ที่ไทยมีศักยภาพ
ทั้งสินค้าเกษตรแปรรูป อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และธุรกิจเพิ่มมูลค่าสินค้าไทย พร้อมกับการลดบทบาทคนกลางเพื่อให้รายได้ถึงเกษตรกรและผู้ผลิตมากขึ้น รวมทั้งจัดตั้งแหล่งเงินทุน
กองทุนสตาร์ทอัพ และระบบพี่เลี้ยง (Incubator) เพื่อให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงเงินทุนและพัฒนาธุรกิจใหม่ได้จริง ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ การจ้างงาน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะยาว “การสร้างเศรษฐกิจใหม่ควรเริ่มจากการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรโดยตรง ด้วยการลดบทบาทพ่อค้าคนกลาง อย่างเช่น เกษตรกรไทยขายมะพร้าวหน้าสวนได้เพียง ลูกละ 6-10
บาท แต่เมื่อถึงห้างค้าปลีกกลับมีราคาสูงถึง 40-50 บาท สะท้อนว่ามูลค่าส่วนใหญ่ตกอยู่กับคนกลาง
ขณะที่ประเทศญี่ปุ่นมีระบบที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าจากเกษตรกรหรือหน้าสวนได้โดยตรง ทำให้เกษตรกรได้รับรายได้มากขึ้นและผู้บริโภคซื้อสินค้าในราคาที่เหมาะสม
ซึ่งไทยควรนำแนวทางดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ควบคู่กับการสร้า…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



