สาวลาว พกบัตรประชาชนคนอื่น หวังสวมสิทธิ จนท.ถามข้อมูล ตอบไม่ได้เลย แจ้งตร.จับกลางเทศบาล
อัปเดตเมื่อ: 10 สิงหาคม 2569 เวลา 16:58อ่าน 3 นาที

สาวลาว เข้าเทศบาล หวังสวมบัตรประชาชน เจ้าหน้าที่ไหวพริบดี แจ้งตำรวจเข้าจับกุม เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสระบุรี
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองสระบุรีว่ามีหญิงต้องสงสัยเข้ามาทำบัตรประชาชน ภายในห้องสำนักงานท้องถิ่นเทศบาลเมืองสระบุรี โดยมีหญิง ชาว สปป.ลาว และลูกสาว อายุ 10 ขวบ
พร้อมด้วยนายภูพิง อายุ 45 ปี เป็นผู้พามา โดยนำบัตรประชาชนของผู้อื่น ในสภาพตัวหนังสือเลอะเลือน ไม่สามารถเห็นเลข 13 หลัก และชื่อ-สกุลชัดเจน นำมาขอทำบัตรประชาชนใบใหม่
รายละเอียดเพิ่มเติม
เมื่อเจ้าหน้าที่งานทะเบียนราษฎรได้ตรวจสอบและสอบถามก็ไม่สามารถให้ข้อมูลไดๆ ได้ เจ้าหน้าที่เล่าว่า นายภูพิงบอกว่าสาวชาวลาวจะไปซื้อตั๋วรถประจำทาง แต่ไม่สามารถซื้อได้
เนื่องจากเลขบัตรประชาชนเลือนราง จึงได้พามาทำบัตรให้ใหม่ เมื่อตรวจสอบเลขบัตรประชาชน และตัวผู้ขอทำบัตร ไม่ใช่คนคนเดียวกัน
เหมือนเข้ามาสวมสิทธิในทะเบียนราษฎรจึงแจ้งไปทางหัวหน้าฝ่ายทะเบียนราษฎรให้เข้าดำเนินการ เจ้าหน้าที่เผยว่า
สถานการณ์ล่าสุด
จากนั้นหัวหน้าฝ่ายทะเบียนราษฎรได้เข้าสอบถามผู้มาขอบัตรใหม่ว่าพ่อแม่ชื่ออะไรก็ตอบไม่ได้ อายุเท่าไรก็ตอบไม่ได้ จึงเกิดความสงสัย จากนั้นจึงไปตรวจฐานข้อมูล
จึงทราบว่าเจ้าของบัตรตัวจริงใบหน้าไม่ใช่แบบนี้ ไม่ตรงกับคนที่อยู่ตรงหน้า จึงถามว่ามาสวมสิทธิคนอื่นใช่ไหม ไปเอาบัตรของใครมา ซึ่งเขาก็ไม่ยอมรับ จนคาดคั้นและทราบว่าเป็นคนฝั่ง สปป.ลาว
มีคนไทยพามาด้วยกัน 2 คน เป็นผู้หญิง 1 คน และผู้ชายอีก 1 คน สอบถามอะไรก็ตอบไม่ได้ จากนั้นก็ร้องไห้ และใช้บัตรประชาชนของคนอื่นเข้ามาสวมสิทธิ
มุมมองและผลกระทบ
จากนั้นจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มานำตัวไปส่งพนักงานสอบสวนยัง สภ.เมืองสระบุรี เพื่อสอบสวนให้ได้ข้อเท็จจริง และนำตัวส่งฟ้องศาลต่อไป หัวหน้างานทะเบียนราษฎรกล่าวเสริมว่า
จากการตรวจสอบทราบว่าหญิงชาวลาวมีการสวมสิทธิมาหลายพื้นที่ ทั้งที่ปลวกแดง จ.ระยอง ซึ่งรหัสที่ห็นในบัตรไม่ใช่เพียงแค่ที่ภาคใต้ มันเป็นรหัสของ จ.หนองคาย ส่วนบัตรของลูกสาวอยู่
จ.เพชรบูรณ์ คาดว่าหญิงชาวลาวคนนี้ได้ไปก่อเหตุไปทั่ว จากการสอบถาม น.ส.หญิง (นามสมมุติ) เล่าว่า สาวลาวทำงานไซต์ก่อสร้างที่เดียวกับนายภูพิง เมื่อนายภูพิงจะกลับบ้านที่สระบุรี สาวลาว
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
พร้อมด้วยลูกสาว วัย 10 ขวบได้ขออาศัยรถกลับมาด้วย เพื่อจะมาขึ้นรถต่อที่ บขส.สระบุรี แต่ไม่สามารถซื้อตั๋วรถได้ เนื่องจากบัตรประชาชนที่พกมาเลือนราง มองไม่เห็นเลข 13 หลัก
ตนและนายภูพิงจึงอาสาพามาทำบัตรประชาชนใบใหม่ที่เทศบาลเมืองสระบุรี เพื่อพาไปซื้อตั๋วรถกลับบ้านที่เพชรบูรณ์ ซึ่งตนเองและนายภูพิงก็ไม่รู้มาก่อนว่าเป็นชาวลาว ทำไปก็ด้วยความประสงค์ดี
ไม่มีเจตนาอะไรแอบแฝง ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนและควบคุมตัวสาวลาวเข้าห้องขัง เชิญตัวนายภูพิงและ น.ส.หญิงมาสอบสวน ส่วนลูกสาวของหญิงชาวลาวได้ติดต่อไปยังพ่อของเด็กให้มารับตัวไปดูแล
พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ไกรวีระเดชาชัย ผกก.สภ.เมืองสระบุรี เผยว่า ตอนนี้ได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุเข้าห้องควบคุมตัว และนำตัวผู้พามาทั้ง 2…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



