ผู้นำฝ่ายค้านจ่อเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ล็อกเป้า ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ วิจารณ์อนุทินใช้ช่องทางเสียดสีฝ่ายตรงข้ามไม่เหมาะสม
อัปเดตเมื่อ: 14 สิงหาคม 2569 เวลา 13:18อ่าน 3 นาที

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงความพร้อมในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
ประเด็นสำคัญ
โดยยืนยันว่าจะเกิดขึ้นในสมัยประชุมหน้าอย่างแน่นอน แต่ยังไม่สามารถระบุช่วงเวลาที่แน่ชัดได้
เนื่องจากติดเงื่อนไขทางการเมืองและรัฐธรรมนูญที่ห้ามฝ่ายบริหารหรือนายกรัฐมนตรียุบสภาภายหลังมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ การเปิดเผยกำหนดการล่วงหน้าจึงอาจขัดต่อกลยุทธ์ทางการเมือง
รายละเอียดเพิ่มเติม
ณัฐพงษ์ระบุถึงประเด็นหลักที่จะนำมาใช้อภิปรายรัฐบาลว่า มุ่งเน้นไปที่สิ่งที่เรียกว่า ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ซึ่งมองว่าเป็นรากฐานของปัญหาในหลายด้าน
โดยเฉพาะการทุจริตคอร์รัปชันและความไม่โปร่งใสขององค์กรอิสระ นายณัฐพงษ์กล่าวว่าการบริหารประเทศภายใต้ระบอบดังกล่าวทำให้ประเทศไทยไม่มีอนาคต
และฝ่ายค้านได้รวบรวมหลักฐานความผิดพลาดและการบริหารที่ฉ้อฉลของรัฐบาลไว้ทั้งหมดแล้ว เพื่อเตรียมนำมาเปิดเผยในเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจ
สถานการณ์ล่าสุด
สำหรับความกังวลว่าประธานสภาผู้แทนราษฎรอาจไม่รับบรรจุญัตติอภิปรายในประเด็นการฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยอ้างว่าไม่เกี่ยวข้องกับฝ่ายบริหารนั้น ณัฐพงษ์กล่าวว่า
ฝ่ายค้านจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และเชื่อมั่นในหลักฐานที่พรรคประชาชนได้เปิดเผยออกมาก่อนหน้านี้ ทั้งเรื่องเส้นทางการเงิน การอยู่ร่วมกันในสถานที่เดียวกัน และคลิปเสียง
ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงนักการเมืองในซีกรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย จึงเป็นเรื่องยากที่รัฐบาลจะปฏิเสธความเกี่ยวข้อง มองอนุทินโพสต์แขวะ ‘กำแพง’ ไม่เหมาะสม นอกจากประเด็นการตรวจสอบรัฐบาล
มุมมองและผลกระทบ
ณัฐพงษ์ยังได้วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดียส่วนตัวเกี่ยวกับการวิ่งชนกำแพง ซึ่งถูกเชื่อมโยงว่าเป็นการพาดพิงถึง ศิริกัญญา ตันสกุล สส.
แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่ออกมาระบุก่อนหน้านี้ว่าเหนื่อยกับการต่อสู้กับกำแพง
ณัฐพงษ์มองว่านายกรัฐมนตรีควรใช้ช่องทางการสื่อสารทุกช่องทางเพื่อเสนอแนะสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและปัญหาของชาติ การใช้พื้นที่ส่วนตัวเพื่อพาดพิงนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
และไม่กล้ายอมรับเมื่อถูกสื่อมวลชนตั้งคำถาม ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ห่วงพฤติกรรมเลียนแบบ-จ่อดันกฎหมายคุมอาวุธปืน
ณัฐพงษ์ยังได้ให้สัมภาษณ์แสดงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาพฤติกรรมเลียนแบบเหตุกราดยิงในกลุ่มเด็กนักเรียน
โดยเรียกร้องให้ผู้บริหารโรงเรียนทุกแห่งเพิ่มมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ในส่วนของพรรคประชาชน
ได้เตรียมผลักดันร่างแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติมและนโยบายควบคุมอาวุธปืนเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ในสมัยประชุมหน้า ณัฐพงษ์เน้นย้ำว่า นอกจากการเพิ่มบทลงโทษตามกฎหมายแล้ว
สิ่งสำคัญที่สุดคือการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพและเท่าเทียม เพราะหากกระบวนการบังคับใช้ล้มเหลว
การเพิ่มโทษอาจกลายเป็นช่องทางให้เจ้าหน้าที่รัฐบางกลุ่มใช้เรียกรับผลประโยชน์ทุจริตคอร์รัปชันได้ ณัฐพ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



