ข้ามไปยังเนื้อหา

เงินซื้อค่ารถไฟฟ้าได้ แต่ซื้อสิทธิดูถูกเจ้าของประเทศไม่ได้

อัปเดตเมื่อ: 4 สิงหาคม 2569 เวลา 12:16อ่าน 3 นาที

เงินซื้อค่ารถไฟฟ้าได้ แต่ซื้อสิทธิดูถูกเจ้าของประเทศไม่ได้
แชร์ข่าวนี้

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ.2569 ได้เกิดเหตุการณ์ที่กลายเป็นเรื่องใหญ่โตบนสื่อสังคมออนไลน์

อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

เมื่อกลุ่มนักเรียนชาวอิตาลีซึ่งเดินทางมาเข้าร่วมโครงการทัศนศึกษาในประเทศไทยพากันส่งเสียงดังเอะอะบนรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีลม ขณะที่ขบวนรถกำลังมุ่งหน้าไปยังสถานีศาลาแดง

ตามคำบอกเล่าของผู้โดยสารชาวไทยผู้บันทึกคลิปนั้น กลุ่มนักเรียนอิตาเลียนจำนวนกว่าสิบคนส่งเสียงตะโกนพูดคุยกันตั้งแต่ก่อนขึ้นรถ

รายละเอียดเพิ่มเติม

เมื่อขึ้นมาอยู่ในขบวนแล้วก็ยังคงหัวเราะและตะโกนคุยกันข้ามหัวผู้โดยสารคนอื่น จนผู้โดยสารชาวไทยคนหนึ่งตัดสินใจกล่าวเตือนเป็นภาษาอังกฤษอย่างสุภาพว่า ขอให้ช่วยลดเสียงลง

เพราะในประเทศไทยผู้คนไม่นิยมตะโกนคุยกันบนรถไฟฟ้า แทนที่คำเตือนธรรมดาเช่นนี้จะได้รับการตอบรับด้วยการกล่าวขอโทษแล้วลดเสียงลง นักเรียนบางคนกลับหัวเราะ ยิ้มเยาะ

ยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพผู้เตือน และแสดงกิริยาไม่เหมาะสม ที่สำคัญที่สุดคือมีครูสตรีชาวอิตาลีผู้คุมนักเรียนอิตาเลียนเหล่านี้มา กลับกล่าวถ้อยคำซึ่งแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า

สถานการณ์ล่าสุด

“ขอโทษแล้วกันที่เอาเงินมาให้ประเทศคุณ” ถ้อยคำเพียงประโยคเดียวนี่เองที่ทำให้เรื่องเสียงดังบนรถไฟฟ้า

ซึ่งเดิมอาจเป็นเพียงเรื่องมารยาทของวัยรุ่นกลายเป็นเรื่องของการดูหมิ่นศักดิ์ศรีของประเทศและประชาชน เพราะใจความของประโยคดังกล่าวคือ

การที่นักท่องเที่ยวนำเงินมาใช้จ่ายในประเทศไทยทำให้ตนมีบุญคุณเหนือคนไทย และคนไทยจึงไม่ควรตักเตือน ไม่ว่าตนจะประพฤติตัวอย่างไรก็ตาม ต่อมาในวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม

มุมมองและผลกระทบ

สถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์สามภาษา แสดงความเสียใจและประณามพฤติกรรมดังกล่าวอย่างชัดเจน พร้อมขออภัยประชาชนชาวไทย

โดยยืนยันว่าพฤติกรรมของเยาวชนกลุ่มนี้มิได้เป็นตัวแทนของชาวอิตาลีโดยรวม และไม่สอดคล้องกับคุณค่าด้านความเคารพ ความสุภาพและมิตรภาพระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

จากนั้นตัวแทนนักเรียนจึงได้บันทึกคลิปขอโทษ ยอมรับว่าการกระทำบนรถไฟฟ้านั้นไม่ถูกต้อง และมีการแจ้งว่านักเรียนที่เกี่ยวข้องจะเดินทางกลับอิตาลีโดยเร็วที่สุด เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

คำถามที่น่าสนใจจึงมิใช่เพียงว่าใครผิด ใครถูก หรือคำขอโทษนั้นจริงใจเพียงใดเท่านั้น หากแต่พฤติกรรมที่เกิดขึ้นสะท้อนสภาวะอะไรในจิตใจของมนุษย์ ในพระพุทธศาสนามีหลักธรรมหมวดหนึ่งเรียกว่า

“อุปกิเลส 16” ปรากฏอยู่ในวัตถูปมสูตร พระไตรปิฎกมัชฌิมนิกาย เป็นธรรมที่ทำให้จิตใจเศร้าหมอง เปรียบเหมือนสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนผ้าขาว แม้ผ้าผืนนั้นจะมีเนื้อดีเพียงใดแต่เมื่อนำไปย้อมสี

สีที่ได้ก็ย่อมไม่สดใส เพราะมีสิ่งสกปรกปะปนอยู่ในเนื้อผ้า ซึ่งอุปกิเลสทั้ง 16 ประการ ได้แก่ อภิชฌาวิสมโลภะ คือความละโมบเพ่งเล็งอยากได้ของผู้อื่น, พยาบาทคือการคิดปองร้าย,

โกธะคือความโกรธ,อุปนาหะคือการผูกโกรธ, มักขะคือการลบหลู่คุณท่าน, ปลาสะคือการยกตนเทียบเสมอ, อิสสาคือความริษยา, มัจฉริยะคือความตระหนี่, มายาคือมารยา, สาเฐยยะคือการโอ้อวด,

ถัมภะคือความหัวดื้อ, สารัมภะคือความแข่งดี,มานะคือความถือตัว, อติมานะค…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: มติชน · เงินซื้อค่ารถไฟฟ้าได้ แต่ซื้อสิทธิดูถูกเจ้าของประเทศไม่ได้
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง