คดีฮั้วสว. ถึงจุดไคลแมกซ์ ไม่เอาผิด สีน้ำเงิน กกต.เสี่ยงถูกเช็คบิล
อัปเดตเมื่อ: 23 สิงหาคม 2569 เวลา 00:01อ่าน 3 นาที

ต้องถูกส่งคำร้องไปที่ศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธิ ก็คือให้ใบแดง สว.ทั้ง 138 คนต้องถูกเพิกถอน หากกกต.ไม่ยื่นคำร้องไปที่ศาลฎีกาฯ ถือว่ากกต.ละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
ประเด็นสำคัญ
ต้องหาทางเล่นงานกกต.ต่อไป..จะเอาเฉพาะน้ำเงินอ่อน ไม่เอาผิดพวกน้ำเงินเข้ม ทำแบบนี้ไม่ได้ เพราะไม่สามารถที่จะไปแยกแยะได้ จากคำประกาศของ” คณะกรรมการการเลือกตั้ง”
(กกต.)ที่ย้ำว่าจะสรุปผลการพิจารณาสำนวน” คดีฮั้วสว. ”ภายในเดือนสิงหาคม ทำให้ทุกฝ่ายในแวดวงการเมืองต่างจับตากันว่า สุดท้ายแล้ว กกต.จะมีการชี้ขาดคดีฮั้วสว.ออกมาอย่างไร
รายละเอียดเพิ่มเติม
จะส่งคำร้องไปยังศาลฎีกาฯ หรือไม่ และหากส่งไปจะมีพวกแกนนำสว.ชุดปัจจุบันที่เรียกกันว่าสว.สีน้ำเงินรวมอยู่ด้วยหรือไม่และมีกี่คน
รวมถึงนักการเมืองในฝ่ายรัฐบาลจะมีชื่อด้วยหรือไม่หรือจะรอดหมด ซึ่งผลการพิจารณาของกกต.ที่จะออกมาจะมีผลทางการเมืองตามมามากพอสมควร “ไทยโพสต์” สัมภาษณ์” พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว
แกนนำกลุ่มสว.สำรอง ที่เคลื่อนไหวตรวจสอบเรื่องการเลือกสว.มาตลอดสองปีที่ผ่านมา” ที่ล่าสุดเมื่อวันพุธที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปที่สำนักงานกกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ
สถานการณ์ล่าสุด
เพื่อติดตามเร่งรัดคดีฮั้วสว.ทั้งในส่วนที่อยู่ในการพิจารณของกกต.และดีเอสไอ และเพื่อให้เข้าใจที่มาที่ไปของคดีฮั้วสว.เพื่อให้เห็นภาพตั้งแต่ต้นเรื่อง เราจึงขอให้” พล.ต.ท.คำรบ
”สรุปที่มาที่ไปของเรื่องดังกล่าวโดยสังเขป โดยมีเนื้อหาดังนี้ ..เรื่องคดีฮั้วสว.เกิดจากในการเลือกสว.เมื่อปี 2567ซึ่ง
หากบุคคลที่ไม่ได้อยู่ร่วมในขบวนการฮั้วสว.ของพวกเขาจะไม่รู้อะไรเลย จนตอนที่ไปเลือกสว.ระดับประเทศที่เมืองทองธานีเมื่อ 26 มิถุนายน 2567 ที่มีการเลือกกันสองรอบคือ
มุมมองและผลกระทบ
รอบแรกเลือกกันเองในกลุ่มอาชีพเดียวกัน กับรอบที่สองการเลือกไขว้ ตอนที่มีการเลือกกันเองของกลุ่มผู้สมัครในสาขาอาชีพเดียวกัน ซึ่งตอนแรก ๆ ก็พบว่ามีเรื่องผิดสังเกตเหมือนกัน
คือมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ได้คะแนนสูงมากที่เลือกกันเอง บางคนได้เกือบ30 คะแนน ในขณะที่คนทั่วไป ได้คะแนนอยู่ที่ประมาณ 13-15 ก็ถือว่าเก่งแล้ว
ตอนแรกก็ไม่ได้สงสัยอะไรและยังนึกชื่นชมว่าพวกที่ได้คะแนนมาเยอะกลุ่มนี้เก่ง แต่ว่าพอต่อมาในการเลือกรอบไขว้ ถึงพบข้อผิดสังเกตุ ..ช่วงแรก พวกเราก็ยังไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
แต่ว่าช่วงที่ก่อนจะมีการเลือกรอบไขว้ มันมีกลุ่มคนที่อยู่ในขบวนการบางคนเหมือนกับเอาโพย ที่แอบจดไว้ในสมุด สว.3 (เอกสารหรือข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร สว.)แอบนำมาลอก พอลอกเสร็จ
คนที่เขาไม่รู้เรื่องและไม่เห็นด้วยก็โวยวายขึ้นมาว่า พวกคุณทำอะไร เพราะพบเห็นว่ามีการจดมีการลอกกันหลายคน มันดูผิดสังเกตุ
..ผลก็คือทำให้กกต.มีการไปประชุมและเห็นว่ามันน่าจะเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เลยมีการสั่งห้ามไม่ให้เอาสมุดสว.3 หรือว่าเอกสารใด ๆ เข้าไปในห้องเลือกไขว้ในภาคบ่าย พอกกต.ประกาศดังกล่าว
ก็เลยโกลาหลกันใหญ่พวกที่อยู่ในกระบวนการจึงมีการฉีกสมุด-เอกสารที่มีการแอบจดกันมา จนกระทั่งพอเข้าไปในห้องเลือก ตอนช่วงก่อนจะมีการเลือกในช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. ที่มีคลิปปรา…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



