สุรเดชห่วงดึงบางพรรคร่วมรัฐบาลยิ่งซ้ำภาพลักษณ์ แนะอนุทินกล้าเปลี่ยน ‘รัฐมนตรีคนนอก’ หากผลงานไม่ตอบโจทย์ เปิดทางคนเก่งช่วยประเทศ
อัปเดตเมื่อ: 1 สิงหาคม 2569 เวลา 14:36อ่าน 3 นาที

วันนี้ (1 สิงหาคม) สุรเดช ยะสวัสดิ์ นักการเมืองอิสระ อดีตสมาชิกวุฒิสภา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และอดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า
ประเด็นสำคัญ
สิ่งที่กังวลคือ หากการปรับ ครม.ครั้งนี้นำไปสู่การดึงบางพรรคการเมืองเข้าร่วมรัฐบาล อาจยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์และภาพลักษณ์ของรัฐบาลให้แย่ลง ประเด็นสำคัญ ตั้งคำถาม ‘พาณิชย์’
แก้ของแพงตรงจุดหรือไม่ เตือนคลังไม่จำเป็นต้องใช้เงินกู้ครบ 4 แสนล้าน จี้ต่างประเทศขยับปม MOU 44 แนะเปิดพื้นที่ ‘คนใหม่’ ช่วยรัฐบาลฝ่าวิกฤติ สุรเดชระบุว่า
รายละเอียดเพิ่มเติม
หากนายกรัฐมนตรีตัดสินใจปรับ ครม.จริง ควรพิจารณาผลงานของรัฐมนตรีคนนอกด้วย เพราะหลักการสำคัญของการนำบุคคลภายนอกเข้ามาเป็นรัฐมนตรี คือการได้ผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ
ประสบการณ์ และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์เข้ามาช่วยแก้ปัญหาประเทศ อย่างไรก็ตาม หากเข้ามาทำงานแล้วไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้ตามที่คาดหวัง
นายกรัฐมนตรีก็ควรกล้าที่จะเปลี่ยนตัวและหาบุคคลอื่นเข้ามาทำหน้าที่แทน โดยไม่ควรสร้างข้อจำกัดให้ตัวเองว่า เมื่อเลือกใครเข้ามาแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
สถานการณ์ล่าสุด
สุรเดชยกตัวอย่างรัฐมนตรีคนนอก 3 คน ได้แก่ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
และสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ โดยมองว่า ในช่วงรัฐบาลอนุทิน 1 ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 4 เดือน
การนำบุคคลเหล่านี้เข้ามาอาจมีลักษณะเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะกิจ แต่เมื่อเข้าสู่รัฐบาลอนุทิน 2 ที่มีระยะเวลาบริหารประเทศยาวนานขึ้น
มุมมองและผลกระทบ
นายกรัฐมนตรีจำเป็นต้องประเมินว่าผลงานของแต่ละคนตอบโจทย์สถานการณ์มากน้อยเพียงใด ตั้งคำถาม ‘พาณิชย์’ แก้ของแพงตรงจุดหรือไม่ สุรเดชกล่าวถึงการทำงานของกระทรวงพาณิชย์ว่า
ต้องประเมินว่ามาตรการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าแพง โดยเฉพาะโครงการรถพุ่มพวงธงฟ้า 3,000 คัน สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดหรือไม่ หรือเป็นเพียงมาตรการเพื่อลดกระแสในระยะสั้น
ขณะที่ปัญหาค่าครองชีพและภาวะเศรษฐกิจยังคงอยู่ “ขณะนี้เศรษฐกิจย่ำแย่ ข้าวของแพง ร้านค้าปิดตัวกันไปหลายพันแห่ง คนตกงานเป็นเบือ ถามว่า ยังเวิร์กและเหมาะสมกับสถานการณ์อยู่หรือไม่”
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
สุรเดชกล่าว เตือนคลังไม่จำเป็นต้องใช้เงินกู้ครบ 4 แสนล้าน สำหรับกระทรวงการคลัง สุรเดชมองว่า แม้พระราชบัญญัติกู้เงิน 4
แสนล้านบาทจะผ่านการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจำเป็นต้องใช้วงเงินทั้งหมด รัฐบาลอาจพิจารณาใช้เพียง 1 แสนล้านบาท
และเก็บวงเงินส่วนที่เหลือไว้ หากยังไม่มีความจำเป็น โดยต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าของเงินทุกบาททุกสตางค์ เนื่องจากการกู้เงินย่อมส่งผลต่อระดับหนี้สาธารณะของประเทศ จี้ต่างประเทศขยับปม MOU
44 สุรเดชยังกล่าวถึง MOU 44 โดยระบุว่า รัฐบาลเคยประกาศนโยบายว่าจะดำเนินการยกเลิก แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เกิดความคืบหน้าที่ชัดเจน สุรเดชมองว่า เรื่…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



