เมื่อทวีปร้อนขึ้น:ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์
อัปเดตเมื่อ: 16 สิงหาคม 2569 เวลา 12:15อ่าน 3 นาที

เมื่อทวีปร้อนขึ้น คลื่นความร้อนที่โจมตีภาคพื้นยุโรปในเวลานี้กำลังขยายพื้นที่ออกไปอย่างรวดเร็ว ว่ากันว่า นับตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป พื้นที่ในประเทศอย่างฝรั่งเศส,
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เยอรมนี, สเปน และอิตาลี ที่มีประชากรอยู่มากกว่า 150 ล้านคน จะต้องเผชิญกับภาวะอากาศร้อนเกินกว่า 35 องศาเซลเซียส เพราะคลื่นอากาศร้อน หรือฮีตเวฟ กำลังแพร่ขยายตัวออกไป
หลังจากนั้นอากาศร้อนนี้จะยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น แต่จะแผ่กว้างออกไปครอบคลุมในส่วนที่เหลือของยุโรป รวมประชากรที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดมากถึง 350 ล้านคน
รายละเอียดเพิ่มเติม
จะมียกเว้นก็แค่เพียงตุรกีประเทศเดียวเท่านั้น คิดเป็นสัดส่วนแล้วเท่ากับผู้คนราว 3 ใน 5 ของคนทั้งโลกกำลังเผชิญหน้ากับภาวะวิกฤตทางภูมิอากาศ แม้แต่ประเทศอย่างสหราชอาณาจักร
ผู้เชี่ยวชาญก็บอกว่า ในวันที่ 14 สิงหาคม ที่นี่จะยังเย็นสบายอยู่ก็จริง แต่หลังจากนั้นอากาศก็จะทวีอุณหภูมิขึ้นเป็นเกินกว่า 30 องศาเซลเซียส พร้อมๆ กับทางตอนใต้ของยุโรป ที่ว่ากันว่า
ประชากรราว 24 ล้านคนในสเปนและอีก 18 ล้านคนในอิตาลี จะเจอกับอุณหภูมิสูงเกินกว่า 35 องศาเซลเซียส ตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคมเสียด้วยซ้ำ
สถานการณ์ล่าสุด
ประมาณการดังกล่าวเป็นไปตามรูปแบบการคำนวณของสำนักงานบริการทางอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของเยอรมนี ที่เป็นการพยากรณ์สภาพอากาศควบคู่ไปกับข้อมูลความหนาแน่นของประชากร
โดยจะมีการนับจำนวนประชากรก็ต่อเมื่อแบบจำลองคาดการณ์ว่าอุณหภูมิที่จุดตรงนั้นจะสูงเกินกว่า 30 องศา หรือ 35 องศา ไม่ว่าจะในเวลาใดเวลาหนึ่งของวันก็ตาม อย่างไรก็ตาม
เมื่อแบบจำลองดังกล่าวมีค่าความละเอียดอยู่ที่ราวๆ 6.5 กิโลเมตร ดังนั้น จึงไม่สามารถคำนวณพบสิ่งที่เรียกกันว่า “เอฟเฟ็กต์เกาะความร้อนในตัวเมือง” (urban heat-island effects)
มุมมองและผลกระทบ
ซึ่งคือปรากฏการณ์ความร้อนในตัวเมืองที่สภาพอุณหภูมิสูงกว่าพื้นที่ชนบทโดยรอบอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยเหตุนี้ ผู้เชี่ยวชาญจึงสรุปว่า
ตัวเลขจำนวนประชากรที่ประเมินตามแบบจำลองก่อนหน้านั้นมีแนวโน้มที่จะต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะไม่ได้รวมประชากรในตัวเมืองที่ได้รับผลกระทบจากเกาะความร้อนดังกล่าวไปด้วย
เมื่อทั่วอาณาบริเวณตกอยู่ในท่ามกลางกระแสความร้อนดังกล่าว สิ่งแรกที่จะเป็นปัญหาก็คือน้ำสะอาดสำหรับดื่ม ในฝรั่งเศส เจ้าหน้าที่ต้องออกมาเตือนเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
สถานการณ์น้ำในประเทศจะยิ่งเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็จำเป็นต้องออกกฎเข้มงวดในการใช้น้ำ เช่น ห้ามเติมน้ำในสระว่ายน้ำ หรือห้ามรดน้ำสนามหญ้า หรือใช้น้ำล้างรถ ทั้งนี้
เพื่อรักษาระดับน้ำใต้ดินให้เหลือไว้มากพอสำหรับบริโภค เนื่องจากนับตั้งแต่สิ้นเดือนพฤษภาคมเรื่อยไป อากาศจะมีแต่ร้อนมากขึ้นและระดับน้ำใต้ดินก็จะยิ่งลดลงมากขึ้นเรื่อยๆ โมนิค บาร์บูท์
เจ้าหน้าที่บริหารจัดการน้ำเตือนว่า ภาวะแล้งที่จะต้องเผชิญในอนาคตอันใกล้ หมายความว่า ผู้คนมากกว่า 40,000 คนในเมืองจะไม่มีน้ำประปาใช้ เพราะน้ำที่สำรองไว้สำหรับผู้คนราว 550,000
คนในเมืองตกอยู่ในสภาพอัตคัดมานานหลายสัปดาห์แล้ว นับตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคมเป็…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



