วิบากกรรม ‘หมอสรณ’ ยังไม่หมด! หากพ้น ‘ประธาน กสทช.’ โดนเรียกเงินคืน เสี่ยงคดีอาญา
อัปเดตเมื่อ: 14 สิงหาคม 2569 เวลา 07:06อ่าน 3 นาที

‘อดีต กมธ.ไอซีที’ สภาสูง ชี้วิบากกรรม ‘นพ.สรณ’ ยังไม่หมด หากหลุด ‘ ประธาน กสทช.’ โดนเรียกเงินเดือน-เบี้ยประชุม-ค่าใช้จ่ายไปต่างประเทศย้อนหลัง
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เสี่ยงพ่วงคดีอาญา 14 ส.ค. 2569 – นายประพันธ์ คูณมี อดีตสมาชิกวุฒิสภา และอดีตคณะกรรมาธิการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม หรือ กมธ.ไอซีที วุฒิสภา
ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เคลื่อนไหวตรวจสอบกรณี นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีคุณสมบัติต้องห้ามการเป็นกรรมการ
รายละเอียดเพิ่มเติม
กสทช. มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566 กล่าวถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามนำความกราบบังคมทูลฯ เพื่อขอให้มีพระบรมราชโองการให้ นพ.สรณ พ้นจากตำแหน่งว่า
เป็นเรื่องที่ถูกต้อง โดยกรณีของ นพ.สรณ ไปเข้าลักษณะความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องคือ พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง
วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม ทั้งมาตรา 18 และความผิดที่ทำให้ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 8 (2) ซึ่งกฎหมาย กสทช. บัญญัติไว้ในมาตรา 20 วรรคสอง ว่า
สถานการณ์ล่าสุด
หากเป็นกรณีที่ประธานกสทช.พ้นจากตำแหน่งให้นายกฯ นำความขึ้นกราบบังคมทูลฯ
เพื่อมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่งและพระบรมราชโองการดังกล่าวให้มีผลตั้งแต่วันที่ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม หรือวันที่กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนแล้วแต่กรณี อดีต กมธ.ไอซีที
วุฒิสภา กล่าวว่า นพ.สรณ ทำผิดทั้งสองอย่าง คือผิดกรณีไม่ได้ลาออกจากมหาวิทยาลัยมหิดลและรพ.รามาธิบดี ก่อนนายกฯ จะนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ที่ตามกฎหมาย ถือว่าสละสิทธิ์ คือไม่ได้เป็น กสทช.
มุมมองและผลกระทบ
มาตั้งแต่ต้น แต่ขณะเดียวกันเมื่อเป็น กสทช. ก็ยังไปทำหน้าที่เป็นแพทย์รักษาคนไข้ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงบาลเอกชนอีก คือเป็น กสทช. แล้วยังทำผิดอีก จึงเข้ากรณีเป็นความผิดตามมาตรา 20
(5) เพราะฉะนั้นที่นายกฯ นำชื่อขึ้นกราบบังคมทูลฯ เพื่อให้พ้นจากตำแหน่งถูกต้องแล้ว ซึ่งกฎหมายบัญญัติว่า ระหว่างที่ประธาน กสทช.พ้นจากตำแหน่ง ให้กรรมการที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
แต่ต้องไม่น้อยกว่า 4 คน โดยหาก นพ.สรณ พ้นจากตำแหน่งไป 1 คน กสทช. เหลืออยู่ 6 คน ซึ่งสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ โดยทั้ง 6 คนจะต้องจัดประชุมเพื่อเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งมาเป็นประธาน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
กสทช. คนใหม่ จากนั้นแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบ เพื่อให้นายกรัฐมนตรีนำความขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นประธานกรรมการ กสทช. คนใหม่ นายประพันธ์ กล่าวว่า หลัง
นพ.สรณ พ้นจากตำแหน่ง สำนักเลขาธิการ กสทช. ต้องแจ้งไปยังสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาภายใน 15 วัน เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการรับสมัครและคัดเลือก กสทช. คนใหม่ แทน นพ.สรณ
การที่นายกรัฐมนตรีนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ จึงถือว่านายกรัฐมนตรีตัดสินใจถูกต้อง แต่บางส่วนอาจจะมองว่าช้าไปสักนิด แต่ว่านายกรัฐมนตรีทำเพื่อให้มีความชัดเจนแน่นอน
รัฐบาลมีการถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกา…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



