รัฐบาล ยันฟังเสียงวิจารณ์ ปมมาตรการคุมปืน ย้ำสกัด ครอบครอง-พกพา-ใช้งาน-ซื้อขาย เพื่อความปลอดภัย
อัปเดตเมื่อ: 12 สิงหาคม 2569 เวลา 12:16อ่าน 3 นาที

รัฐบาล ยันฟังเสียงวิจารณ์ ปมมาตรการคุมปืน ย้ำสกัด ครอบครอง-พกพา-ใช้งาน-ซื้อขาย เพื่อความปลอดภัย เมื่อวันที่ 12 ส.ค. น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
กล่าวถึงข้อวิจารณ์แนวทางควบคุมอาวุธปืนของรัฐบาล ว่า รัฐบาลรับฟังทุกข้อเสนอแนะ และข้อกังวลเรื่องสิทธิในการป้องกันตนเอง รวมถึงผลกระทบกับนักกีฬายิงปืน
ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดกฎหมายใหม่ ยังไม่สรุปว่ารัฐบาลจะห้าม 100% ในทุกกรณี หรือตัดสิทธิประชาชนในการป้องกันตนเอง โดยหลักคิดของนายกรัฐมนตรี ต้องการให้การครอบครอง
รายละเอียดเพิ่มเติม
พกพาและการใช้อาวุธปืน อยู่ภายใต้การควบคุมที่เข้มงวดมากขึ้น โดยแยกระหว่างสิทธิในการครอบครองกับสิทธิในการพกพาและใช้อาวุธให้ชัดเจน แม้อาวุธปืนจะมีทะเบียนถูกต้อง
แต่ไม่สามารถพกพาในที่สาธารณะหรือหยิบมาใช้ได้ตามใจ และรัฐบาลต้องจัดการทั้งปืนเถื่อนและถูกกฎหมาย ไม่ได้เลือกปฎิบัติอย่างใดก่อน โดยได้ระงับโครงการปืนสวัสดิการใหม่
การระงับและตรวจสอบการออกใบอนุญาตซื้ออาวุธปืน หรือ ป.3 การจัดระเบียบใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง การตรวจสอบผู้ค้าอาวุธปืนและเครื่องกระสุน การตรวจสอบอาวุธและกระสุนในสนามยิงปืน
สถานการณ์ล่าสุด
การเชื่อมโยงฐานข้อมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนการปราบปรามอาวุธปืนผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด น.ส.ลลิดา กล่าวว่า ส่วนข้อเสนอให้ตรวจสุขภาพกาย สุขภาพจิต หรือการ Set Zero
โดยเรียกผู้ครอบครองอาวุธปืนทั้งหมดกลับเข้าสู่กระบวนการคัดกรองใหม่ เป็นข้อเสนอที่สามารถนำมาศึกษาได้ แต่ต้องพิจารณาทั้งข้อกฎหมาย ผลกระทบ ความพร้อมของหน่วยงาน
และหลักเกณฑ์ที่เป็นธรรมก่อนนำไปใช้จริง และต้องดูเรื่องความปลอดภัยของประชาชน หากข้อเสนอใดดีและทำได้จริง รัฐบาลพร้อมรับฟัง และกำลังจัดการตั้งแต่ต้นทางใสการจัดการใบอนุญาต ผู้ค้า
มุมมองและผลกระทบ
กระสุน ฐานข้อมูล ปืนในระบบ และปืนเถื่อน น.ส.ลลิดา กล่าวว่า สำหรับข้อกังวลว่าประชาชนจะไม่สามารถใช้อาวุธปืนป้องกันตนเอง แม้กระทั่งภายในบ้านต้องย้ำว่าแนวนโยบายของรัฐบาล
ไม่ได้ลบล้างหลักกฎหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ตามหลักการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 ยังคงมีผล โดยพิจารณาข้อเท็จจริงและความพอสมควรแก่เหตุเป็นรายกรณีไป
และยังไม่มีกฎหมายใหม่ที่กำหนดห้ามป้องกันตัวเช่นนั้น แต่การอ้างว่ามีปืนไว้ป้องกันตัว ต้องไม่ถูกใช้เป็นเหตุผลให้พกปืนในพื้นที่สาธารณะเรื่องปกติ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เพราะไม่รู้ว่าคนที่ถือปืนเพื่อป้องกันตัว ข่มขู่ หรือใครกำลังเตรียมก่อเหตุ ส่วนนักกีฬายิงปืน รัฐบาลรับทราบข้อกังวลและจะพิจารณารายละเอียดให้เหมาะสมกับการใช้งานเพื่อการกีฬา
โดยต้องตรวจสอบและจัดเก็บอาวุธเครื่องกระสุนในสถานที่ที่เหมาะสม แต่ไม่ใช่ยุติการเล่นกีฬายิงปืนหรือปิดโอกาสทางการกีฬา น.ส.ลลิดา กล่าวว่า
การนำประเด็นนโยบายกัญชามาเปรียบเทียบกับมาตรการควบคุมอาวุธปืน ต้องแยกพิจารณาตามข้อเท็จจริงและกฎหมายของแต่ละเรื่อง เรื่องร้านค้าหรือผู้ประกอบการกัญชา หากพบรายใดฝ่าฝืนหลักเกณฑ์
ขอให้ส่งข้อมูลและหลักฐานให้หน่วยงานที่รับผิดชอบตรวจสอบและดำเนินการตา…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



