ขำขื่น ‘อดีตผู้สมัครสส.พท.’ ยกการศึกษาทั่วโลกสอนมวย ‘เจ๊ไหม’ ยังคิดแบบระบบราชการเดิม
อัปเดตเมื่อ: 7 สิงหาคม 2569 เวลา 09:47อ่าน 3 นาที

'อดีตผู้สมัครสส.พท.' สอนมวย 'เจ๊ไหม' ตัดสินความสำเร็จของเด็กด้วยตัวเลข ชี้นักการศึกษาทั่วโลก ยืนยันการสอนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กเล็กคือ Play-Based Learning หรือ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เรียนรู้ผ่านการเล่น ไม่ใช่การนั่งท่องจำในห้องเรียน เหน็บพรรคก้าวหน้ายังคิดแบบเดียวกับระบบราชการเดิม 7 ส.ค.2569 - น.ส.จิตภินันท์ วงษ์ขันธ์ อดีตผู้สมัครส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย
โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึง นส.ศิริกัญญา ตัณสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ว่า ขำขื่นค่ะ . ขอยืมคำของคุณไหมมาใช้กับคุณไหมเองสักครั้ง การที่คุณไหม ศิริกัญญา
รายละเอียดเพิ่มเติม
ได้แสดงความคิดเห็นและข้อสังเกตในการประชุมกรรมาธิการงบประมาณเรื่องกระทรวงศึกษาธิการเมื่อไม่นานนี้ โดยหยิบยกผลสอบ RT ของเด็ก ป.1 ปี 2569 ที่พบว่ามีเด็กอ่านไม่ออกถึง 20%
มาตั้งคำถามว่านี่คือ "ความล้มเหลว" หรือไม่ ดิฉันฟังแล้วก็อดยิ้มเจื่อนๆ ไม่ได้ เพราะสิ่งที่คุณไหมกำลังทำอยู่ตรงนั้นเอง คือการตัดสินความสำเร็จของเด็กด้วยตัวเลขเพียงตัวเดียว
ซึ่งเป็นวิธีคิดแบบเดียวกับที่คุณไหมมักวิจารณ์ระบบราชการไทยว่าล้าหลังและไม่ยืดหยุ่นอยู่บ่อยครั้ง . ดิฉันต้องบอกก่อนนะคะว่า ไม่ได้จะเถียงหมดทุกเรื่องหรอกค่ะ
สถานการณ์ล่าสุด
ประเด็นเรื่องงบประมาณที่คุณไหมหยิบยกขึ้นมา ทั้งการหักหัวคิว 40% ก่อนงบจะถึงมือโรงเรียน และปัญหาการเช่าอุปกรณ์ IT ที่ไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ดิฉันเห็นด้วยเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ
นี่คือข้อเท็จจริงเชิงตัวเลขที่ตรวจสอบได้ และเป็นการทำหน้าที่กรรมาธิการที่น่าชื่นชม แต่พอถึงเรื่อง "เด็ก ป.1 ต้องอ่านออก ไม่งั้นถือว่าล้มเหลว" นี่สิคะ ที่ดิฉันขอยกมือค้านแบบขำๆ
ปนขื่นๆ เพราะมันคือคนละเรื่องกันเลย และดิฉันคิดว่าคุณไหมผิดฝาผิดตัวในจุดนี้จริงๆ . มหาวิทยาลัยดีคิน ประเทศออสเตรเลีย
มุมมองและผลกระทบ
ได้ทำการศึกษาและยืนยันว่ากระบวนการสอนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กเล็กคือ Play-Based Learning หรือการเรียนรู้ผ่านการเล่น ไม่ใช่การนั่งท่องจำในห้องเรียน นักการศึกษาทั่วโลกเห็นตรงกันว่า
หน้าที่ของเด็กปฐมวัยคือการเล่น "ยัง" ไม่ใช่การเรียน ฟังดูเป็นเรื่องที่รู้กันทั่วโลกแล้วใช่ไหมคะ แต่พอมาถึงสภาไทย เรากลับยังถกเถียงกันว่าทำไมเด็กอายุ 6-7 ขวบถึงยังอ่านไม่คล่อง
ราวกับโลกใบนี้หมุนไปคนละทิศกับความรู้ที่มีอยู่แล้ว . และถ้าอยากเห็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมกว่านั้น ลองมองไปที่ฟินแลนด์ค่ะ ประเทศที่ครองอันดับต้นๆ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ของโลกด้านผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง และเป็นประเทศที่พรรคคุณไหมมักหยิบยก และยกย่องในด้านของการจัดการศึกษาที่ดีเยี่ยมมาเป็นต้นแบบเสมอๆ
เด็กฟินแลนด์จะยังไม่เข้าเรียนภาคบังคับจนอายุ 7 ขวบ ช่วงก่อนหน้านั้นเน้นการเล่น การมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และพัฒนาการทางอารมณ์เป็นหลัก ไม่มีการเร่งสอนอ่านเขียนตั้งแต่อนุบาล
แม้แต่ในชั้นประถมต้น เวลาเรียนต่อวันก็สั้น เน้นเรียน 45 นาที พัก 15 นาที ให้เด็กได้ออกไปเล่นสลับกันตลอดวัน นี่คือหลักฐานที่ชี้ว่า
การอ่านออกเร็วไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จของระบบการศึกษาเลยสักนิด . ตรงนี้มีงานวิจัยที่อธิ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



