พระปกเกล้าโพล ชี้ กกต. ประชาชนเชื่อมั่นน้อยสุด ไม่เชื่อเป็นอิสระ-ไร้แทรกแซง
อัปเดตเมื่อ: 21 สิงหาคม 2569 เวลา 11:31อ่าน 3 นาที

พระปกเกล้า เปิดผลสำรวจ ประชาชนต้องการให้ ศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยความคืบหน้าคดี ชี้ กกต. คะแนนเชื่อมั่นน้อยสุด กังขาเรื่องความเป็นอิสระ-ไม่ถูกแทรกแซง เมื่อวันที่ 21 ส.ค.2569
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “ความเชื่อมั่นต่อองค์กรตามรัฐธรรมนูญและมุมมองต่อการทำหน้าที่ของ กกต.” โดยทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 7-10 ส.ค. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18
ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้ 1.ท่านต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระเปิดเผยข้อมูลเรื่องใดมากที่สุด 32.8%
รายละเอียดเพิ่มเติม
ต้องการให้เปิดเผยความคืบหน้าของคดีและเรื่องร้องเรียน สูงสุด รองลงมา 18.2% ต้องการทราบเหตุผลของผลการพิจารณาหรือคำวินิจฉัย, 15.3% การใช้จ่ายงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้าง 11.2%
หลักเกณฑ์ที่ใช้พิจารณาและตัดสินใจ, 7.2% ช่องทางร้องเรียนและติดตามผลที่เข้าถึงง่าย, 5.2% ต้องการทราบผลงานและผลสำเร็จที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม, 4.7%
มาตรการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน, 3.9% ต้องการทราบระยะเวลาและขั้นตอนการดำเนินงาน ขณะที่ 1.5% ไม่มีความเห็น เมื่อรวม 2 อันดับแรก พบว่า 51.0%
สถานการณ์ล่าสุด
ต้องการรู้ทั้งความคืบหน้าของคดีและเหตุผลของการตัดสินใจ สะท้อนว่า คนกว่าครึ่งอยากติดตามคดีและเข้าใจเหตุผล มากกว่ารู้เพียงผลตัดสิน
จึงควรมีการอธิบายเหตุผลอย่างเข้าใจง่ายให้ประชาชนทราบและตรวจสอบได้ 2.ศาลรัฐธรรมนูญนำด้านความเชื่อมั่น แต่กลุ่มไม่แน่ใจตามมาติด ๆ โดย 31.3%
เลือกศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรที่เชื่อมั่นสูงสุด รองลงมา 27.7% ไม่แน่ใจหรือไม่มีความเห็น ขณะที่ 13.2% เชื่อมั่นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, 10.9%
มุมมองและผลกระทบ
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) , 6.6% คระกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน(คตง.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) , 6.5% ผู้ตรวจการแผ่นดิน ขณะที่เชื่อมั่นต่อ
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) น้อยที่สุด เพียง 3.8% ส่วนรายภูมิภาค “ศาลรัฐธรรมนูญ” มีสัดส่วนผู้เลือกสูงสุดในภาคเหนือ 44.8% ภาคใต้ 37.5% และ ภาคตะวันออก 29.6% ขณะที่ คตง./สตง.
มีสัดส่วนสูงสุดในกรุงเทพฯ 28.9% ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 38.4% และ ภาคกลาง 33.5% กลุ่มไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็นมีสัดส่วนสูงสุด ทั้งนี้ ในภาคใต้
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีสัดส่วนตามมาใกล้เคียง 34.7% แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีสัดส่วนผู้เลือกสูงสุด แต่ยังไม่ถึง 1ใน 3 และสูงกว่ากลุ่มไม่แน่ใจเพียงเล็กน้อย สะท้อนว่า
ความเชื่อมั่นยังไม่กระจุกตัวองค์กรใดอย่างชัดเจน ขณะที่กลุ่มไม่แน่ใจซึ่งมีสัดส่วนค่อนข้างสูง
แสดงให้เห็นว่ายังมีพื้นที่ให้แต่ละองค์กรสร้างความเข้าใจและทำให้ประชาชนเห็นผลการทำงานมากขึ้น 3.ประสิทธิภาพจัดการเลือกตั้งของ กกต. เด่นกว่าด้านอื่น แต่ความเป็นอิสระยังเป็นโจทย์สำคัญ
โดย 23.7% ประเมินระดับ “มาก–มากที่สุด” ในด้านประสิทธิภาพ ความเชี่ยวชาญ ความรวดเร็ว และความประหยัดในการจัดการเลือกตั้งสูงที่สุด รองลงมา 21.3%
ความสามารถในการจัดการเลือกตั้งให้สุจริต…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



