รายแรกในเอเชีย! ทีมแพทย์ ม.อ. ใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด รักษาโรคหลอดเลือดแดงโป่งพองในช่องท้องสำเร็จ
อัปเดตเมื่อ: 11 สิงหาคม 2569 เวลา 12:03อ่าน 3 นาที

รายแรกในเอเชีย!
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ทีมแพทย์ ม.อ. ใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด รักษาโรคหลอดเลือดแดงโป่งพองในช่องท้องสำเร็จ พลิกโฉมการรักษา-เพิ่มโอกาสรอดให้ผู้ป่วย เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ประกาศความสำเร็จ ด้วยการโชว์ศักยภาพใช้ “หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด” รักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในช่องท้องสำเร็จ เป็นรายแรกของทวีปเอเชีย โดยความพยายามของทีมแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ ม.อ. พร้อมเดินหน้าต่อยอด คว้าอีกหนึ่งความสำเร็จในการรักษาโรคหลอดเลือดตีบตันด้วยหุ่นยนต์ เป็นรายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia) ยกระดับศัลยกรรมหลอดเลือดไทยสู่การเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วย ปัจจุบันมีผู้ป่วยหลายรายที่ต้องเสียชีวิตจากโรคที่เป็นภัยเงียบ เส้นเลือดโป่งพองเป็นอีกโรคร้ายที่คร่าชีวิตมนุษย์ได้อย่างน่ากลัว เพราะถ้าไม่ได้รับการตรวจหรือไม่มีจุดสงสัย ก็ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเรากำลังเป็นโรคนี้อยู่ โดยจะรู้ว่าเป็นก็ต่อเมื่อเส้นเลือดนั้นแตก ซึ่งโอกาสที่ผู้ป่วยจะเสียชีวิตมีสูงมาก โดยเฉพาะในผู้ป่วยสูงอายุ ซึ่งความสำเร็จในการใช้”หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด” รักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในช่องท้อง นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนารูปแบบการรักษาผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยความมุ่งมั่นที่ทางทีมแพทย์ ม.อ. จึงได้ฝึกฝนทักษะขั้นสูง บังคับแขนกลหุ่นยนต์ให้เข้าถึงตำแหน่งหลอดเลือดที่เปราะบางที่สุดได้อย่างแม่นยำ จนนำมาสู่ความสำเร็จที่ให้ผลลัพธ์ที่เหนือกว่าการผ่าตัดแบบเดิมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด จะช่วยให้แพทย์มองเห็นภาพผ่านกล้องที่ขยายชัดเจน ควบคุมเครื่องมือในพื้นที่แคบ ลดความเสี่ยงหลอดเลือดแตกได้ ทำให้ แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว จากแผลผ่าตัดยาว กลายเป็นการเจาะรูขนาดเล็ก ร่างกายไม่บอบช้ำ สูญเสียเลือดน้อยมาก ส่งผลให้ระยะเวลาในการนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลลดลง รวมถึงลดความเสี่ยงต่อระบบร่างกาย ทำให้ผู้ป่วยสูงวัยหรือผู้ที่มีโรคประจำตัวรุมเร้า มีโอกาสเข้าถึงการรักษาที่ปลอดภัยและรอดชีวิตมากขึ้น นายแพทย์สุพงศ์ วรธรรมานนท์ ศัลยแพทย์หลอดเลือด สาขาวิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ม.อ. ตัวแทนทีมแพทย์ เปิดเผยว่าโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในช่องท้อง เปรียบเสมือน “ระเบิดเวลา” ในร่างกาย เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่มีอาการแสดงล่วงหน้า แต่จะมีการเฝ้าระวังในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน , ไขมันในเลือดสูง , ความดันโลหิตสูง รวมถึงผู้ที่สูบบุหรี่ ถ้าเมื่อไหร่ที่หลอดเลือดปริ แล้วแตก… โอกาสเสียชีวิตสูงมาก เพราะจะสูญเสียเลือดมหาศาลในเวลาอันรวดเร็ว ที่ผ่านมา หากหลอดเลือดแดงใหญ่แตกในช่องท้อง ผู้ป่วยจำเป็นต้องผ่าตัดรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดแบบเปิด (Open Surgery) ซึ่งแพทย์ต้องกรีดหน้าท้องเป็นแผลยาวตั้งแต่ลิ้นปี่ลงไปจนถึงหัวหน่าว ผู้ป่วยจะเสียเลือดเป็นจำนวนมาก และฟื้นตัวช้า โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยสูงอายุ ที่มีสภาพร่างกายอ่อนแอ การผ่าตัดแบบเด…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



