"อนุทิน" ย้ำไม่อนุญาตพกปืนในที่สาธารณะ ชี้ล้อมคอกแล้วแต่ยังมีเล็ดลอด
อัปเดตเมื่อ: 7 สิงหาคม 2569 เวลา 19:09อ่าน 3 นาที

วันนี้ (7 ส.ค.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงเหตุการณ์ยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรี อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ระหว่างเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลกำนัน
ประเด็นสำคัญ
ผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยม ประจำปี 2569 ว่า มีเหตุน่าเศร้าสลดที่ จ.นนทบุรี โดยมีการใช้อาวุธปืนยิงทั้งครูและนักเรียนในโรงเรียน มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ
จึงถือโอกาสนี้มาบอกและกระจายไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ไม่ได้มาที่ทำเนียบรัฐบาลว่าจะปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นไม่ได้เป็นอันขาด นายอนุทิน กล่าวอีกว่า
รายละเอียดเพิ่มเติม
ผู้เสียชีวิตต้องสูญเสียทั้งอนาคตและครอบครัวสูญเสียกำลังหลัก ขณะเดียวกันผู้ที่สามารถหลบหนีออกมาได้ ก็เกิดผลกระทบกับจิตใจ สิ่งเหล่านี้ในฐานะที่ทุกคนเป็นนักปกครองต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก
"กระทรวงมหาดไทยในยุคผม ถ้าสังเกตจะไม่ให้พกปืน ผมไม่ให้ชาวบ้านทั่วไป คนธรรมดาที่ไม่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่มีเหตุผลที่จะต้องครอบครองอาวุธปืน
เพราะคนที่ครอบครองอาวุธปืนหรือใช้อาวุธเหล่านี้ได้ เขาต้องใช้สติสัมปชัญญะ แต่มีหลายครั้งเดินเข้าไปสู่เหตุการณ์ที่ทำให้เราขาดสติสัมปชัญญะ และเราจะทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ
สถานการณ์ล่าสุด
อย่าให้มีพวกอุปกรณ์อำนวยในสิ่งที่เขาจะไปก่อเหตุได้ เป็นส่วนที่ผมไม่เคยอนุญาตให้มีการครอบครองปืนโดยประชาชนทั่วไป" นายอนุทิน ระบุ นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ตนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
และกระทรวงมหาดไทยถูกวิจารณ์เช่นกันว่า ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนจะค้าขายไม่ได้ ซึ่งตนยืนหยัดว่าจะดูคุณค่าทางการค้ามากกว่าสังคมที่มีแต่ความรุนแรงไม่ได้
แต่อย่างไรก็ตามการก่อเหตุไม่ได้เกิดเหตุที่ใดที่หนึ่ง แต่อาจมีพฤติกรรมลอกเลียนแบบ ซึ่งอาจมีสิ่งที่เร้าใจ ให้คนขาดสติสัมปชัญญะและก่อเหตุ แบบที่ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น
มุมมองและผลกระทบ
จึงต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ขอให้ทุกคนเข้าใจ ตั้งแต่ที่ผมเข้ามาเมื่อ 3 ปีก่อน และต่ออายุไม่ให้มีการอนุญาตพกพาอาวุธปืน ซึ่งยังแก้ไขกฎหมายไม่ได้ เพราะการเมืองในแต่ละยุคไม่เหมือนกัน
ปลายยุคที่แล้วผมก็ไม่ได้เสียงข้างมาก แม้จะเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ไม่สามารถแก้ไขกฎหมายได้ นายกฯ ยืนยันว่า จะพยายามให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดในชีวิต คือประกาศของกรมการปกครอง
ลงนามโดยนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ไม่อนุญาตให้พกพาอาวุธปืน แม้จะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หากไม่ได้อยู่ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ก็ไม่สามารถพกไปที่สาธารณะ หรือออกนอกเคหสถานได้
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ยิ่งเป็นประชาชนทั่วไปไม่ต้องพูดถึง เพราะฉะนั้นอย่าว่าเกิดเหตุแล้ว วัวหายล้อมคอก เพราะนี่ล้อมคอก แต่ยังเล็ดลอดออกไป หลังจากนี้
กำนันผู้ใหญ่บ้านต้องขอความร่วมมือในการดูแลการครอบครองอาวุธปืน หากพบใครเดินกร่างในพื้นที่ พกปืนไปร้านอาหารหรือนอกบ้าน ต้องถูกดำเนินคดี ไม่มีผ่อนผัน ไม่เช่นนั้นจะไม่หลาบจำ
เมื่อเกิดเหตุอะไรขึ้น เขาก็จะถือว่าปืนเป็นเครื่องทุ่นแรงของเขา ยิ่งคนไม่มีความชำนาญคล่องแคล่วก็ยิ่งน่ากลัว เล็งผิดเล็งถูก เล็งคนนี้ไปโดนคนโน้น เล็งขาไปโดนหัวอย่างนี้ก็มี
เพราะฉะนั้นเป็นสิ่งที่สังคมไทยจะปล่อยให้เกิดเหตุไม่ได้ อ่านข่าว : อ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



