ลาสต์บอสฮั้ว ส.ว.
อัปเดตเมื่อ: 29 กรกฎาคม 2569 เวลา 10:00อ่าน 3 นาที

ลาสต์บอสฮั้ว ส.ว. การตรวจสอบฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โดย พริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน)
ประเด็นสำคัญ
ผนึกกำลังกับ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) มีความเข้มข้นขึ้นเป็นลำดับ ผ่านเวที “ครบรอบ 2 ปี เลือก ส.ว.-เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว ส.ว.ภาค
2” ผ่านพยานบุคคล ข้อมูล ข้อเท็จจริง หลักฐาน เชื่อมโยงกระบวนการฮั้วเลือก ส.ว. ชี้ให้เห็น 5 ฉากสำคัญ ตั้งแต่การวางแผน การจัดตั้งคนลงสมัคร การรวมตัวทำโพย การเลือกตามโพย
รายละเอียดเพิ่มเติม
ไปจนถึงการเลือกประธานวุฒิสภา พาดพิงไปถึงรัฐมนตรี ส.ส. อดีต ส.ส. นักการเมืองท้องถิ่น พรรคการเมือง ซึ่งผู้ที่ถูกพาดพิงต่างออกมาตอบโต้ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาฮั้วเลือก ส.ว.
พร้อมใช้สิทธิทางกฎหมายฟ้องร้องผู้กล่าวหา ที่ทำให้เกิดความเสียหาย เป้าหมายของพรรคร่วมฝ่ายค้านกับไอลอว์ คือ การส่งคำร้องฮั้วเลือก ส.ว. ที่มีผู้เกี่ยวข้อง ทั้ง ส.ว.และนักการเมือง รวม
229 คน ไปพิสูจน์ความถูก-ผิด ผ่านกระบวนการพิจารณาของศาลยุติธรรม แต่ขั้นตอนการจะส่งคำร้องฮั้วเลือก ส.ว. ไปพิสูจน์กันในชั้นศาลฎีกาได้หรือไม่นั้น
สถานการณ์ล่าสุด
ต้องรอการพิจารณาขององค์กรที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรง คือ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของ “7 กกต.” ตามกรอบเวลา 90 วัน
ที่จะมีบทสรุปภายในเดือนสิงหาคมนี้ โดย “กกต.” มีข้อมูล ข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน ที่จะพิจารณาคำร้องฮั้วเลือก ส.ว. จากอนุกรรมการไต่สวน 2 ชุด ชุดแรก คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง
ชุดที่ 26 มีความเห็นเสนอให้ดำเนินคดีตามกฎหมายเลือกตั้ง ต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้ง 229 คน ส่วนคณะอนุกรรมการวินิจฉัยเรื่องร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ชุดที่ 36 มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง
มุมมองและผลกระทบ
เห็นตรงกันข้ามว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน ไม่มีมูลความผิด และเสนอให้ยกคำร้อง โดย “กกต.” ยืนยันการพิจารณาคำร้องฮั้วเลือก ส.ว. ผ่านเอกสารข่าวชี้แจงต่อสังคมว่า
มีหน้าที่พิจารณาสำนวนจากข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ตามกฎหมาย โดยใช้ดุลพินิจอย่างอิสระ รอบคอบ และเป็นกลาง
เพื่อให้การวินิจฉัยอยู่บนพื้นฐานของพยานหลักฐานและข้อกฎหมายเท่านั้น การปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.เป็นโดยอิสระ ไม่มีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดสามารถชี้นำ แทรกแซง
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
หรือกดดันการใช้ดุลพินิจในการพิจารณาคดีได้ การพิจารณาทุกขั้นตอนยึดมั่นในหลักความเป็นธรรม ความโปร่งใส และความรับผิดชอบตามกฎหมาย ขณะที่หลายฝ่ายส่งสัญญาณกดดันมายัง “กกต.”
ให้ทำหน้าที่ตรงไปตรงมา ยึดหลักตามกฎหมาย ไม่ควรให้มีการแทรกแซงจากกลุ่มใด กลุ่มหนึ่ง ท่ามกลางกระแสข่าวที่เริ่มมีการเปิดเผยกันมาอย่างไม่เป็นทางการว่า อาจมีการชี้มูลความผิด แค่
ส.ว.สีน้ำเงินอ่อนบางส่วน ไม่ให้ไปถึง ส.ว.สีน้ำเงินเข้ม ตัดตอนไม่ให้ลามไปถึง “ลาสต์บอสฮั้ว ส.ว.” อันจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองในภาพใหญ่ นับถอยหลังการพิจารณาคำร้องฮั้วเลือก
ส.ว. ในมือ “7 กกต.” ที่จะมี…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



