ฮัดสัน ยักไหล่เสียงวิจารณ์คุมทัพช้างศึก ปลุกเร้าแข้งไทยบู๊สิงคโปร์ ตัดเชือกเลกสอง
อัปเดตเมื่อ: 17 สิงหาคม 2569 เวลา 14:48อ่าน 3 นาที

ฮัดสัน ยักไหล่เสียงวิจารณ์คุมทัพช้างศึก ปลุกเร้าแข้งไทยบู๊สิงคโปร์ ตัดเชือกเลกสอง สหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน (เอเอฟเอฟ) จัดงานแถลงข่าวก่อนการแข่งขันฟุตบอลอาเซียน คัพ 2026 รอบรองชนะเลิศ
อ่านข่าวในหมวด ต่างประเทศ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
นัดที่สอง ระหว่าง ทีมชาติไทย อันดับ 94 ของโลก กับ สิงคโปร์ อันดับ 148 ของโลก ที่ห้องแถลงข่าว สนามราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม การแถลงข่าวครั้งนี้นำโดย
แอนโธนี่ ฮัดสัน กุนซือชาวอังกฤษ พร้อมด้วย พาตริก กุสตาฟส์สัน กองหน้าทัพช้างศึก แอนโธนี่ ฮัดสัน กล่าวว่า การเจอกับสิงคโปร์ก็เป็นเกมที่ยาก พวกเขาเป็นทีมระดับท็อป มีแทคติกที่ซับซ้อน
รายละเอียดเพิ่มเติม
พวกเขาทำผลงานได้ดี มีเฮดโค้ชที่ดี และเล่นได้ดี กับฟอร์มการเล่นในเลกแรก ภูมิใจกับนักเตะมากที่ทุ่มเท แต่เราจะพยายามทำให้ดีกว่านี้ ในแต่ละช่วงเวลาของเกม
การซ้อมวันนี้ก็ต้องพัฒนาปรับปรุง ตอนนี้ต้องมีสมาธิ และคิดว่าเกมนี้ยังเสมอ 0-0 อยู่ และเกมนี้ยังเป็นเกมที่เหมือนนัดชิงชนะเลิศ เป็นอีกหนึ่งเกมในการเจอกับคู่ต่อสู้ที่รับมือได้ยาก
กุนซือทีมชาติไทย กล่าวอีกว่า เหตุการณ์หลังเกมในเลกแรกที่สิงคโปร์ มันเป็นเกมที่มีหลากหลายอารมณ์ เป็นปกติของฟุตบอล ตัวเองก็เป็นคนที่มีแพสชั่นที่ค้างคา
สถานการณ์ล่าสุด
แต่ยืนยันว่าให้ความเคารพสิงคโปร์ และกาวิน ลี เฮดโค้ชรวมถึงนักเตะของพวกเขา ที่ทำงานได้ยอดเยี่ยม โดยช่วงหลังจบเกมได้เดินไปคุยว่า ระหว่างเกมมีบางสถานการณ์ที่ทำให้ตัวเอง
และสต๊าฟไม่พอใจ ยกตัวอย่าง เหตุการณ์ก่อนที่ทีมจะเสียจุดโทษ เพราะมีนักกีฬาถือบอลต้องทุ่ม เขาถือบอลนานถึง 14-15 วินาที ทั้งที่กฏ กติกา เคลียร์ จบเกมได้คุยกับ กาวิน ลี ว่า
สิงคโปร์เป็นทีมที่ดีและแข็งแกร่ง ทำไมถึงทำแบบนั้น ทั้งที่มีคุณภาพรับมือไทยอยู่แล้ว ด้วยอารมณ์ที่ค้างคา ก็มีบุคคลอื่นเกี่ยวข้อง แต่เหตุการณ์ก็จบไปแล้ว ยังคงนับถือกาวิน ลี
มุมมองและผลกระทบ
และนักฟุตบอลสิงคโปร์ ทุกคน พอผมตื่นเช้ามาอีกวัน ก็เห็นเต็มฟีด ก็อายเหมือนกัน และได้เฟซไทม์หาคุณแม่ เพื่อรอฟังคำยินดีกลับมา แต่สิ่งที่แม่พูดอย่างแรกเลยคือถามว่า ทำไมทำอย่างนั้น
ก็รู้สึกเขินเหมือนกัน แอนโธนี่ ฮัดสัน กล่าวอีกว่า อยากให้นักกีฬาทุกคนคิดว่ายังเป็น 0-0 ซึ่งก็จะพูดกับนักกีฬาทุกคน เพราะไม่อยากให้นักกีฬามองข้าม และคิดว่าเกมนี้ง่าย
อยากให้ทุกคนเล่นเหมือนสกอร์ยัง 0-0 ด้วยความเข้มข้นเท่าเดิมเหมือนเกมแรก ทำให้ทุกคนอยากเก็บชัยชนะในเกมนี้ ส่วนการเปลี่ยนแปลงทีม คิดว่าโชคดีมีนักเตะทุกคนที่ทำงานหนักตั้งแต่วันแรก
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
และทำให้มั่นใจอย่างมาก ถ้าจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ คิดว่าเราได้เปรียบที่นักเตะในทีมมีคุณภาพทุกคน เราจะมองเรื่องความสด แม้จะมีการเปลี่ยนแปลง
แต่คิดว่าฟอร์มการเล่นของเราจะไม่ได้ตกลงไปแม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว “ส่วนคำวิจารณ์ที่มีต่อตัวผมตลอดการทำงานที่ผ่านมากับทีมชาติไทย ด้วยความสัตย์จริง ก็ไม่ได้มีผลอะไรกับตัวผมมาก
แต่ว่ามีบางอย่างที่ผมผิดหวังและเศร้าแทนนักกีฬา ในแต่ละแคมป์ ผมคิดว่าพวกเขาควรได้รับเครดิตและพูดถึงในเชิงบวก เพราะทุกคนทำงานหนักมาก และสมควรได้รับเครดิต…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



