บริหารกระเป๋าเงิน…ฝ่าวิกฤตโลกไม่แน่นอน
อัปเดตเมื่อ: 1 สิงหาคม 2569 เวลา 00:01อ่าน 3 นาที

โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งเศรษฐกิจที่ผันผวน เงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ภัยธรรมชาติ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่รวดเร็ว
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อค่าครองชีพและมูลค่าของเงินออม โดยเฉพาะคนวัยเกษียณที่ไม่มีรายได้ประจำเหมือนในช่วงวัยทำงาน หลายคนเข้าใจว่าการเกษียณคือจุดสิ้นสุดของการวางแผนการเงิน
แต่ในความเป็นจริง การเกษียณคือจุดเริ่มต้นของการบริหารเงินอย่างรอบคอบ เพราะเงินก้อนที่มีอาจต้องใช้ไปอีก 20-30 ปี หากบริหารผิดพลาดก็อาจประสบปัญหาเงินไม่พอใช้ในช่วงบั้นปลายชีวิตได้
รายละเอียดเพิ่มเติม
หลักสำคัญที่สุดคือ "ใช้เงินให้ช้ากว่าอายุขัย" หมายถึงการวางแผนให้เงินออมสามารถสร้างความมั่นคงไปจนตลอดชีวิต ไม่ใช่ใช้ตามความรู้สึกหรือใช้จ่ายเหมือนช่วงที่ยังมีเงินเดือน เทคนิคแรกคือ
จัดทำงบประมาณรายเดือนอย่างละเอียด แยกค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ค่าอาหาร ค่ายา ค่ารักษาพยาบาล ค่าสาธารณูปโภค และค่าเดินทาง ออกจากค่าใช้จ่ายเพื่อความบันเทิงหรือการท่องเที่ยว
จะช่วยให้เห็นภาพรวมและควบคุมการใช้เงินได้ง่ายขึ้น เทคนิคที่สองคือ เตรียมเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 6-12 เดือนของค่าใช้จ่าย เพราะวัยเกษียณมีโอกาสเผชิญเหตุไม่คาดคิด เช่น การเจ็บป่วย
สถานการณ์ล่าสุด
การซ่อมบ้าน หรือการช่วยเหลือลูกหลาน หากมีเงินสำรองก็จะไม่ต้องรีบนำเงินลงทุนออกมาใช้ในช่วงที่ตลาดตกต่ำ เทคนิคที่สาม อย่าเก็บเงินทั้งหมดไว้ในบัญชีออมทรัพย์ แม้จะปลอดภัย
แต่เงินเฟ้อจะค่อยๆ กัดกินกำลังซื้อของเงินออม การกระจายเงินไปยังสินทรัพย์ที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของตนเอง จะช่วยรักษามูลค่าของเงินในระยะยาว เทคนิคที่สี่ กระจายการลงทุน
ไม่ควรนำเงินทั้งหมดไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทเดียว เพราะหากเกิดวิกฤตอาจได้รับผลกระทบหนัก การแบ่งเงินไว้ทั้งเงินฝาก ตราสารหนี้ กองทุนรวม หรือสินทรัพย์อื่นตามความเหมาะสม
มุมมองและผลกระทบ
จะช่วยลดความผันผวนของพอร์ตได้ เทคนิคที่ห้า ระวังการหลอกลวงทางการเงิน ปัจจุบันมิจฉาชีพมักใช้กลวิธีเสนอผลตอบแทนสูงเกินจริง หรือแอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐและสถาบันการเงิน
คนวัยเกษียณไม่ควรรีบโอนเงินหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวโดยไม่ตรวจสอบให้รอบคอบ เทคนิคที่หก อย่าค้ำประกันหนี้หรือกู้เงินเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นเกินกำลัง แม้จะเป็นลูกหลานหรือคนใกล้ชิด
เพราะหากเกิดปัญหา ผู้สูงวัยอาจต้องรับภาระหนี้จนกระทบต่อคุณภาพชีวิตของตนเอง เทคนิคที่เจ็ด ดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง เพราะสุขภาพที่ดีคือการประหยัดค่าใช้จ่ายที่ดีที่สุด การออกกำลังกาย
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และตรวจสุขภาพประจำปี จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังและค่าใช้จ่ายด้านการรักษาในอนาคต เทคนิคที่แปด วางแผนภาษีและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้ครบถ้วน
รวมถึงสิทธิการรักษาพยาบาล ประกันสุขภาพ หรือสวัสดิการที่ภาครัฐจัดให้ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว เทคนิคที่เก้า หากยังมีศักยภาพ ควรหารายได้เสริมที่เหมาะกับวัย เช่น
งานที่ปรึกษา งานออนไลน์ งานฝีมือ หรือการถ่ายทอดประสบการณ์ ความรู้ และทักษะให้กับคนรุ่นใหม่ รายได…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



