ข้ามไปยังเนื้อหา

การปฏิบัติภาวนาในสายธรรมต่างๆ:โคทม อารียา

อัปเดตเมื่อ: 22 สิงหาคม 2569 เวลา 18:00อ่าน 3 นาที

การปฏิบัติภาวนาในสายธรรมต่างๆ:โคทม อารียา
แชร์ข่าวนี้

การปฏิบัติภาวนาในสายธรรมต่างๆ:โคทม อารียา ก่อนอื่นขอออกตัวว่า ผมมีความรู้น้อยในเรื่องพุทธศาสนา เพียงแต่มีความสนใจใฝ่รู้ จุดสงสัยที่ทำให้เริ่มสืบค้นแล้วเลยอยากเขียนบทความนี้ มาจากคำภาษาบาลีว่า “ปะฏินิสสัคคา” ดังนั้น ถ้ามีอะไรผิดพลาดจากความรู้น้อยของผม ก็ขออภัยและขอคำแนะนำด้วย ผมเปิดหนังสือ “ทำวัตรเช้า-เย็น และมหาสติปัฏฐานสูตร แปล” ที่เรียบเรียงโดยหลวงตาสุริยา มหาปัญโญภิกขุ วัดป่าโสมพนัส สกลนคร พลิกอ่านมาถึงบทว่าด้วย “กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน เห็นกายโดยลักษณะ 6 อย่าง : บรรพที่ 1.1 อานาปานะปัพพะ กำหนดรู้ลมหายใจ” ซึ่งแบ่งการกำหนดรู้เป็น 4 หมวด แต่ละหมวดมี 4 ขั้นตอน รวมเรียกว่า อานาปานะสติ 16 ขั้น ขั้นที่ 13-16 ระบุว่า ขณะที่กำหนดรู้หรือตามลมหายใจนั้น ผู้ตามจะเห็นความไม่เที่ยง (อะนิจจา), เห็นความจางคลาย (วิราคา), เห็นความดับไม่เหลือ (นิโรธา), และเห็นความสละคืน (ปะฏินิสสัคคา) ผมสงสัยอยู่ว่ากายานุปัสสนาโดยกำหนดรู้ลมหายใจ จะไปถึงขั้นรู้ธัมมะจนเห็นความดับและความสละคืนเลยหรือ จึงเปิดหนังสือต่อไปถึงบทว่าด้วยธรรมานุปัสสนาสติปัฏฐาน เห็นธรรมโดยลักษณะ 5 อย่าง บรรพ : สัจจะปัพพะ และหัวข้อย่อย “ความดับทุกข์ในอริยสัจจ์” ที่ให้อรรถาธิบายว่า ความดับไม่เหลือแห่งทุกข์หมายถึงความจางคลาย, ความดับไม่เหลือ, และความสละคืน ซึ่งความทะยานอยาก (ตัณหา) นั่นเทียว ซึ่งก็ตรงกันกับข้อความในอานาปานะปัพพะ ผมอุทานอยู่ในใจว่า “อ้าว นึกว่านิโรธหรือดับไม่เหลือ หมายความว่า ถึงแล้วหรือจะถึงซึ่งนิพพาน ยังจะมีขั้นตอนการสละคืนอีกหรือ?”

อ่านข่าวในหมวด เทคโนโลยี เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

เลยลองถาม AI และได้ความว่า นิโรธมี 5 อย่าง ได้แก่ ดับด้วยการข่มไว้, ดับด้วยปัญญา, ดับด้วยการตัดขาด, ดับด้วยความสงบ, และดับด้วยการสลัดออก (นิสสรณนิโรธ) แม้คำว่าสละคืนกับสลัดออกอาจมีความหมายคล้าย ๆ กัน แต่คำบาลีต่างกัน เห็นควรถาม AI ต่อไปว่า “ปะฏินิสสัคคา” หมายถึงอะไร คำตอบคือ คำคำนี้หมายถึงการละทิ้งกิเลส (วิปัสสนา) และการแล่นเข้าสู่การดับสนิท (นิพพาน) ผมอ่านข้อความตอนต้นของ “พระมหาสติปัฏฐานสูตร” ได้ความว่าสติปัฏฐานทั้ง 4 คือการฝึกให้ “ผู้มีปรกติเห็นกายในกาย เห็นเวทนาในเวทนา เห็นจิตในจิต เห็นธรรมในธรรม มีความเพียรเป็นเครื่องเผาบาป มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม (สัมปชัญญะ) มีสติ เพื่อนำความพอใจและความไม่พอใจในโลกออกเสีย” อ่านตอนท้ายของ “พระมหาสติปัฏฐาน” ในหัวข้อ “อานิสงส์สติปัฏฐานสูตร” มีคำกล่าวถึงผลไว้ว่า “ผู้หนึ่งผู้ใดเจริญสติปัฏฐานสี่ …

ตลอดเจ็ดปี พึงหวังผลเป็นพระอรหันต์หรือพระอนาคามี” และมีข้อความต่อมาว่า “เจ็ดปียกไว้ก็ได้ ผู้หนึ่งผู้ใดเจริญสติ … ตลอดหกปี ห้าปี สี่ปี สามปี สองปี หรือหนึ่งปีก็ดี … พึงหวังผลเป็นพระอรหันต์หรือพระอนาคามีได้เช่นกัน” และมีข้อความต่อมาว่า จำนวนปียกไว้ก็ได้ “ผู้หนึ่งผู้ใดเจริญสติปัฏฐาน … ตลอดเจ็ดเดือน หกเดือน ห้าเดือน สี่เดือน สามเดือน สองเดือน หนึ่งเดือน หรือกึ่งเดือนก็ดี … หรือแม้แต่เจ็ดวัน … พึงหวังผลเป็นพระอรหันต์หรือพ…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: มติชน · การปฏิบัติภาวนาในสายธรรมต่างๆ:โคทม อารียา
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง