‘ปกรณ์’ แจงยุบธนาคารที่ดิน ไม่เกี่ยวข้องโฉนดชุมชน แนะเจ้าหน้าที่อย่าขับไล่ชาวบ้าน
อัปเดตเมื่อ: 4 สิงหาคม 2569 เวลา 19:03อ่าน 3 นาที

"ปกรณ์" แจงยุบ บจธ.-โฉนดชุมชน คนละเรื่องกัน ยกเหตุลดซ้ำซ้อน-เพิ่มประสิทธิภาพมีกฎหมายรองรับ วอนอย่าใช้กำลังกดดัน 4 สิงหาคม 2569 - เมื่อเวลา 15.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ให้พิจารณาทบทวนการยุบสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ
บจธ. รวมถึงกลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) เรียกร้องให้ทบทวนในเรื่องดังกล่าวและคัดค้านเช่นกัน ว่า ระหว่างเรื่องโฉนดชุมชนกับธนาคารที่ดินเป็นคนละเรื่องกัน
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยเรื่องโฉนดชุมชน มีจุดประสงค์จัดทำขึ้นเพื่อให้เป็นสิ่งที่กฎหมายรองรับ จากเดิมที่ดำเนินการไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี รัฐบาลจึงต้องการยกระดับให้มีประสิทธิภาพตามกฏหมาย
ซึ่งจะดีกว่าตามระเบียบสำนักนายกฯ โดยเรื่องโฉนดชุมชนจะอยู่ในกระบวนการของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ(คทช.)ที่จะต้องดำเนินการ แต่ยอมรับว่าที่ผ่านมาอาจยังช้า
จึงทำให้เกิดเป็นประเด็นปัญหาขึ้น และอาจมีเจ้าหน้าที่ยังไม่เข้าใจในกระบวนการ ไปทำการขับไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่ ซึ่งตรงนี้ไม่ถูก
สถานการณ์ล่าสุด
เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติให้เปลี่ยนสถานะจึงต้องรอการดำเนินการก่อน ไม่ใช่ไปไล่ชาวบ้าน นายปกรณ์ กล่าวว่า ส่วนข้อเรียกร้องให้ทบทวนเรื่องการยุบองค์การมหาชน ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
เนื่องจากองค์การมหาชนเป็นองคาพยพของรัฐ การบริหารงานของหน่วยงานเป็นเรื่องภายในของรัฐ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับโฉนดชุมชน และต้องย้อนกลับไปดูว่าการดำเนินงานของหน่วยงานมีความซ้ำซ้อนหรือไม่
เพราะเจตนาแรกเริ่มคือเมื่อมีการตั้งคทช.จะต้องยุบองค์การมหาชน ที่ถือเป็นภารกิจชั่วคราว แต่ปรากฏว่าคณะกรรมการคทช.ชุดแรก ไปทำตามระเบียบของสำนักนายกฯ
มุมมองและผลกระทบ
และยังคงองค์การมหาชนอยู่ต่อทำให้ภารกิจซ้ำซ้อนกับคทช. ตรงนี้เป็นที่มาของเหตุผลในการยุบ ไม่ได้มีอคติอะไร สำหรับพนักงานเจ้าหน้าที่จะให้สำนักงานพัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร.)
ไปประสานงานกับคทช. ว่าจะดูแลพนักงานอย่างไร จะมีสถานะเป็นลูกจ้างหรือเป็นพนักงาน “ขอย้ำว่าทั้งสองเรื่องเป็นคนละเรื่องอย่าเอามาปนกัน และอย่าใช้กำลังมากดดันกัน ไม่ดีใช้เหตุผลดีกว่า“
นายปกรณ์ระบุ ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าจะต้องเป็นไปตามมติคือยุบ บจธ.ภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ไม่มีการขยายตามข้อเรียกร้อง ใช่หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า “ครับ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
รัฐบาลไม่มีนโยบายที่จะขยายเวลาต่อ เพราะไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องยุบอะไรเลย แล้วมาบอกว่าเงินไม่พอ ทำงานอะไรไม่ได้ หากบริหารงานไม่ได้ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร“ เมื่อถามย้ำว่า
ยังมีองค์การมหาชนอีกหลายหน่วยงานหรือไม่ที่อยู่ในข่ายที่พิจารณาถูกยุบ นายปกรณ์ กล่าวว่า ต้องให้ก.พ.ร.ไปทบทวน เพราะมีหลายหน่วย ก่อนหน้านี้มีข้อมูลออกมาว่าตนจะไล่ยุบ4-5 หน่วย
ทั้งที่ไม่ได้บอกเลยว่าจะยุบ แต่ตรงนั้นคือรายงานผลการประเมินประสิทธิภาพเท่าใด จึงบอกไปว่าหากประเมินมาได้เท่านี้ต้องเร่ง เพราะสิ่งที่ต้องการคือประสิทธิภาพในการทำงานไม่ใช่จำนวน
บางหน่วยขอคนมามาก เพื่…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



