อายุเท่านี้ควรมีเงินเก็บเท่าไร? ถอดสูตรวางแผนการเงินเกษียณระดับโลก
อัปเดตเมื่อ: 16 สิงหาคม 2569 เวลา 13:05อ่าน 3 นาที

คำถามที่หลายคนเคยสงสัย ‘อายุเท่านี้ ควรมีเงินเก็บเท่าไหร่ ต้องมีเยอะแค่ไหนถึงจะเรียกว่าประสบความสำเร็จ’ ประเด็นสำคัญ เช็กลิสต์ อายุ 30, 40, 50 ควรมีเงินเก็บเท่าไหร่? ตัวเลขเหล่านี้มาจากไหน?
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
กฎเหล็ก 4 ข้อสำหรับการออมเงินเกษียณสไตล์ Fidelity วิธีปั้นความมั่งคั่งให้ได้ 10 เท่า ก่อนวันเกษียณ คำถามนี้คงกวนใจใครหลายคน โดยเฉพาะเมื่อเริ่มก้าวเข้าสู่วัย 30, 40 หรือ 50 และอดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบตัวเองกับคนรอบข้างที่อยู่ในช่วงวัยเดียวกัน แต่ความในความเป็นจริง ‘ความสำเร็จ’ ของแต่ละคนหน้าตานั้นไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายชีวิต สำหรับวางแผนการเงินเกษียณให้มั่นคงนั้น Fidelity Investments สถาบันการเงินระดับโลก ได้ถอดสูตรและแนะนำว่าควรมีเงินเก็บสะสม 1 เท่าของรายได้ต่อปี เมื่ออายุ 30 ปี และเพิ่มเป็น 10 เท่า เมื่อเกษียณที่อายุ 67 ปี โดยมี 4 กฎเหล็ก ที่ต้องปฏิบัติเพื่อปั้นพอร์ตให้ถึงเป้าหมายดังกล่าว เช็กลิสต์ อายุ 30, 40, 50 ควรมีเงินเก็บเท่าไหร่?
หากตั้งเป้าหมายว่าจะเกษียณตอนอายุ 67 ปี เราควรมีเงินเก็บสะสมคิดเป็นกี่เท่าของ ‘รายได้ต่อปี (ก่อนหักภาษี) ณ ปัจจุบัน?
รายละเอียดเพิ่มเติม
’ อายุ 30 ปี ควรมีเงินเก็บ 1 เท่า ของรายได้ (ถ้ารายได้ปีละ 500,000 บาท ก็ควรมีเงินเก็บสะสม 500,000 บาท) อายุ 40 ปี ควรมีเงินเก็บ 3 เท่า ของรายได้ อายุ 50 ปี ควรมีเงินเก็บ 6 เท่า ของรายได้ อายุ 60 ปี ควรมีเงินเก็บ 8 เท่า ของรายได้ อายุ 67 ปี (เกษียณ) ควรมีเงินเก็บ 10 เท่า ของรายได้ (ถ้ารายได้ปีละ 500,000 บาท ก็ควรมีเงินเก็บสะสม 5,000,000 บาท) หมายเหตุ: คำว่า ‘เงินเก็บ’ ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงเงินฝากออมทรัพย์เพียงอย่างเดียว แต่นับรวมมูลค่าสินทรัพย์เพื่อการลงทุนทั้งหมด เช่น หุ้น กองทุนรวม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือประกันสะสมทรัพย์ ตัวเลขเหล่านี้มาจากไหน?
เห็นเป้าหมายแล้ว บางคนอาจจะรู้สึกว่าเยอะจัง เอาตัวเลขนี้มาจากไหน?
จริงๆ แล้ว เช็คลิสต์นี้คือ ไกด์ไลน์ระดับโลกที่คิดค้นโดย Fidelity Investments หนึ่งในบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลกจากสหรัฐอเมริกา พวกเขาคือผู้อยู่เบื้องหลังการจัดการบัญชีเงินฝากเพื่อการเกษียณให้กับคนทำงานหลายสิบล้านคนทั่วโลก ตัวเลขจาก Fidelity มาจาก Big Data ของพฤติกรรมการออมและการลงทุนของคนนับล้าน ผนวกกับการนำไปผ่านการทำ Stress Test (ทดสอบความเครียดของพอร์ตการลงทุนในสภาวะวิกฤติต่างๆ) โดยเช็กลิสต์นี้ตั้งจากสมมติฐานคือผู้เริ่มออมมีอายุ 25 ปี ออมเงิน 15% ของรายได้ต่อปีต่อเนื่อง (ซึ่งรวมถึงเงินสมทบจากนายจ้างด้วย) ลงทุนในหุ้นมากกว่า 50% โดยเฉลี่ยตลอดช่วงชีวิต เกษียณอายุที่ 67 ปี และวางแผนที่จะรักษาวิถีชีวิตแบบก่อนเกษียณไว้ในวัยเกษียณ Fidelity ออกแบบสูตรนี้โดยรับประกันว่า แผนนี้มีโอกาสรอดและใช้งานได้จริงถึง 90% ในทุกสภาวะตลาด ไกด์ไลน์นี้จึงเป็นมาตรฐานที่นักวางแผนการเงินทั่วโลกมักหยิบยกมาใช้อ้างอิง เพราะทำตามได้จริง เรียบง่าย และไม่ได้ตั้งเป้าหมายสูงเกินจนคนธรรมดาเอื้อมไม่ถึง กฎเห…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



