‘ปิยบุตร’ เผยมี ‘ฟิเดล คาสโตร’ เป็นไอดอล นำ ‘คำให้การ’ ประยุกต์ใช้ ลากเข้าไทย
อัปเดตเมื่อ: 18 สิงหาคม 2569 เวลา 08:27อ่าน 3 นาที

18 ส.ค.2569-นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์บทความความหัวข้อ [“ประวัติศาสตร์จะตัดสินให้ผมพ้นผิด” : รำลึก 100 ปีชาตกาล ฟิเดล คาสโตร] ฟิเดล คาสโตร และพวก
ประเด็นสำคัญ
ตัดสินใจก่อการปฏิวัติล้มระบอบบาติสต้า ในวันที่ 26 กรกฎาคม 1953 โดยนำกองกำลังติดอาวุธบุกเข้ายึดค่ายทหาร Moncada ผลปรากฏว่า ล้มเหลว ถูกรัฐบาลบาติสต้าปราบปราม เสียชีวิต เกือบ 70 คน
ถูกจับกุมคุมขังอีก 30 คน ฟิเดล คาสโตร ถูกจับกุมคุมขัง และส่งศาลพิจารณาคดี เขาตระหนักดีอยู่แล้วว่าศาลและกระบวนการพิจารณาคดีอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการบาติสต้า ไม่ว่าจะสู้คดีอย่างไร
รายละเอียดเพิ่มเติม
ผลลัพธ์ก็ต้องถูกลงโทษอยู่ดี เมื่อเป็นคดี “การเมือง” ก็ต้องใช้ “การเมือง” โต้กลับ ดังนั้น ในการพิจารณาคดีเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 1953 เขาจึงใช้เวลามากกว่า 2 ชั่วโมง
เปลี่ยนเวทีแห่งกฎหมายและคดีความ ให้กลายเป็นเวทีแห่งการต่อสู้ทางการเมืองและปฏิวัติ เนื้อหาในคำให้การต่อศาลนี้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถของฟิเดล คาสโตร ทั้งในทางนิติศาสตร์
ในทางการเมือง ในทางวาทศิลป์ และในทางปฏิวัติ ในทางนิติศาสตร์ แม้คดีนี้เป็นคดีการเมือง แต่เมื่อแปลงรูปให้เป็นกระบวนการทางกฎหมาย ฟิเดล คาสโตร
สถานการณ์ล่าสุด
จึงมิอาจพูดแต่เรื่องการเมืองแต่เพียงอย่างเดียว จำต้องมีประเด็นตอบโต้ทางกฎหมายด้วย ด้วยวุฒิการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต เขาใช้ความรู้ทางกฎหมาย นำเอาหลักความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ
“ย้อนศร” ไปที่คณะรัฐประหารของบาติสต้า และทิ่มแทงกลับไปที่ศาล (ทำหน้าที่เหมือนศาลรัฐธรรมนูญ) ที่ยอมรับให้คณะรัฐประหารผู้กระทำความผิด ล้มล้างรัฐธรรมนูญ ล้มล้างระบอบการปกครอง
กลับขึ้นมาอยู่เหนือรัฐธรรมนูญเสียเอง นอกจากนี้ เขายังได้โจมตีไปที่กระบวนการยุติธรรมในคดีนี้ที่ไม่ได้รับรองสิทธิในการต่อสู้คดีของเขาได้อย่างเพียงพอ
มุมมองและผลกระทบ
และตั้งข้อกล่าวหากลับไปที่ศาลและอัยการว่าอยู่ภายใต้บงการของคณะรัฐประหาร เขาไม่ได้พูดเจื้อยแจ้วหรือใช้โวหารปลุกระดมเรื่อยเปื่อย
แต่เขาหยิบยกงานวิชาการของนักกฎหมายรัฐธรรมนูญทั้งของคิวบา คือ Ramón Infiesta y Bages [1] และทั้งของฝรั่งเศส คือ Léon Duguit [2]
เขาแสดงทักษะทางกฎหมายของเขาด้วยการโจมตีธรรมนูญการปกครอง 4 เมษายน 1952 (รัฐธรรมนูญชั่วคราว) ที่บาติสต้าประกาศใช้แทนรัฐธรรมนูญ 1940
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
โดยชี้ให้เห็นถึงความไร้เหตุผลในทางเนื้อหาที่ขัดแย้งกันเอง การรวบอำนาจเข้าสู่จอมเผด็จการบาติสต้า แต่กลับยังหน้าด้านยืนยันว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ตลอดจนยืนยันว่ารัฐธรรมนูญ 1940
ยังคงมีผลอยู่ ดังนั้น ธรรมนูญการปกครองนี้ รวมไปถึงคำวินิจฉัยศาลที่ยอมรับสถานะของธรรมนูญการปกครองนี้ ต้องตกเป็นโมฆะ ในช่วงท้ายของคำให้การ ฟิเดล คาสโตร
แสดงให้เห็นถึงความรู้อันกว้างขวางของเขาในด้านนิติปรัชญาและปรัชญาการเมือง เขายืนยันสิทธิของประชาชนในการต่อต้านและล้มล้างการปกครองที่ไม่ชอบธรรม โดยหยิบยกทั้งงานของปรัชญาเมธีจำนวนมาก
[3] ทั้งเอกสารทางการเมืองและกฎหมายที่สำคัญ [4] ทั้งตัวบทรัฐธรรมนูญ [5] ในทางการเมือง ฟิเดล คาสโตร ใช้โอกาสนี้ในการ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



