นักวิชาการสิ่งแวดล้อม อธิบายชัด ‘ภาวะโลกร้อน’ จนเดือด มีส่วนกระตุ้นเกิดแผ่นดินไหวถี่-รุนแรงขึ้น
อัปเดตเมื่อ: 16 สิงหาคม 2569 เวลา 20:17อ่าน 3 นาที

16 ส.ค.2569-ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “ปีนี้ภาวะโลกร้อนจนเดือด มีส่วนกระ
อ่านข่าวในหมวด ต่างประเทศ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวถี่และรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะ..แนววงแหวนแห่งไฟ” ระบุว่า ปีนี้แผ่นดินไหวเกิดขึ้นบ่อยครั้งในบริ เวณวงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire)
เป็นผลมาจากความผันแปรตามธรรมชาติทางธรณีวิทยาและการปลดปล่อยพลัง งานของแผ่นเปลือกโลก ข้อมูลล่าสุดจนถึงเดือนสิงหาคม 2026 ทั่วโลกตรวจพบแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่มีความรุน แรงตั้งแต่ 7.0
รายละเอียดเพิ่มเติม
ขึ้นไปแล้วถึง11ครั้ง ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเขตวงแหวนแห่งไฟ เช่น ในฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เม็กซิโก และโคลอมเบีย 1.สาเหตุหลักของการเกิดแผ่นไหวในแนววงแหวนแห่งไฟ..ดังนี้
1.1.การเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก (Tectonic Plate Movements) วงแหวนแห่งไฟเป็นแนวรูปเกือกม้าที่มีการชนกันและมุดตัวของแผ่นเปลือกโลกหลายแผ่น เช่น แผ่นแปซิฟิก แผ่นฟิลิปปินส์
และแผ่นนาสกา เป็นต้น เมื่อแผ่นเปลือกโลกเคลื่อนที่เบียดหรือมุดตัวลงไป แรงเค้น (Stress) จะสะสมอยู่ตามรอยต่อและเมื่อถึงจุดที่หินทนแรงกดดันไม่ไหว
สถานการณ์ล่าสุด
พลังงานจะถูกปลดปล่อยออกมาเป็นแผ่นดินไหว 1.2.เกิดการกระจายและปรับสมดุลแรงเค้น (Stress Redistribution) เมื่อเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในจุดหนึ่ง
พลังงานและคลื่นไหวสะเทือนที่เดินทางผ่านโลกสามารถเข้าไปกระตุ้น หรือส่งต่อแรงกดดันไปยังรอยเลื่อนอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงหรือในระบบเดียวกัน
ทำให้เกิดแผ่นดินไหวตามมาเป็นชุดในเวลาไล่เลี่ยกัน 1.3.ความผันแปรตามธรรมชาติ (Natural Variability) ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาจาก สถาบันสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริ กา (USGS)
มุมมองและผลกระทบ
ระบุว่า ในแต่ละปีโลกจะมีแผ่นดินไหวขนาด7.0ขึ้นไป เฉลี่ยประ มาณ15ครั้งอยู่แล้ว การที่ปีนี้ดูเหมือนเกิดขึ้นบ่อยในบางช่วงเวลา เป็นเพียงความผันแปรทางสถิติที่เกิดขึ้นแบบสุ่ม (Random
Cluster) เท่านั้น 2.ภาวะโลกร้อนเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวเกิดบ่อยและรุนแรงขึ้น นักวิทยาศาสตร์เชือว่าแม้ว่าภาวะโลกร้อนจะไม่ใช่สาเหตุโดยตรงของการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก
แต่การที่โลกร้อนขึ้นอย่างรวดเร็วจนเกือบถึง1.5 องศาได้ส่งผลกระทบต่อ”แรงกดทับบนผิวโลก”(Isostatic Rebound)ซึ่งได้กระ ตุ้นให้รอยเลื่อนปล่อยพลังงานออกมาเร็วขึ้น ดังนี้
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
2.1.การละลายของธารน้ำแข็งและแผ่นน้ำแข็ง (Glacier Melting) เมื่ออุณหภูมิโลกสูงขึ้น น้ำแข็งบนบกและภูเขาสูงละ ลายหายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้น้ำหนักที่เคยกดทับเปลือกโลกด้านล่างลดลง
เมื่อเปลือกโลก”ดีดตัวกลับ” (Rebound) จึงส่งผลให้รอยเลื่อนที่ตึงตัวอยู่แล้วเกิดการขยับและปล่อยพลังงานออกมาเป็นแผ่นดินไหวได้ง่ายขึ้น 2.2.ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น (Sea Level
Rise) น้ำหนักจากมวลน้ำมหาศาลที่ไหลลงสู่มหาสมุทรจะไปเพิ่มแรงกดทับต่อเปลือกโลกใต้ทะเลโดยเฉพาะในบริ เวณเขตมุดตัวของแผ่นเปลือกโลก (Subduction Zones) รอบวงแหวนแห่งไฟ
แรงดันน้ำที่เพิ่มขึ้นนี้สามารถซึมเข้า ไปในรอยแ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



