เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามฝาก ‘ป้าดา’ ใจเย็น วัดไม่ไปไหน-หลวงพ่อก็ไม่ไปไหน
อัปเดตเมื่อ: 15 สิงหาคม 2569 เวลา 10:57อ่าน 3 นาที

วัดป่าอดุลยารามยังประกอบศาสนกิจตามปกติ ท่ามกลางตำรวจ-ฝ่ายปกครองดูแลความปลอดภัยเข้ม เจ้าอาวาสเผยไม่เครียดกับข้อพิพาท ขอญาติโยมทำใจสบาย ย้ำ “วัดไม่ได้ไปไหน หลวงพ่อก็ไม่ได้ไปไหน”
อ่านข่าวในหมวด สังคม เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
พร้อมฝากถึง “ป้าดา” รักษาอารมณ์-คำพูด ใจเย็น ค่อยๆ พิจารณาแต่ละเรื่อง 15 สิงหาคม 2569 - ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่วัดป่าอดุลยาราม ชุมชนกังสดาล ถนนกัลปพฤกษ์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น
ยังคงพบญาติธรรมและคณะสงฆ์ประกอบกิจทางศาสนาตามปกติ ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองอย่างเข้มงวด พระภิกษุสงฆ์ยังคงออกบิณฑบาตตามปกติ
รายละเอียดเพิ่มเติม
ขณะที่พุทธศาสนิกชนในชุมชนยังคงมาถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสงฆ์ตามกิจวัตรประจำวัน พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม กล่าวว่า ทุกอย่างเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป
จึงอยากขอให้ประชาชนทุกคนที่รับทราบข่าวไม่ต้องจริงจังหรือเครียดกับเรื่องดังกล่าว เพราะแม้แต่หลวงพ่อเองยังไม่เครียด จึงไม่อยากให้ญาติโยมต้องกังวล
ขอให้ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใสและทำใจให้สบาย ไม่ว่าเรื่องใดจะเกิดขึ้น ย่อมมีอุปสรรคในการดำเนินชีวิต ทั้งทางสงฆ์และทางฆราวาส จึงไม่จำเป็นต้องเก็บทุกเรื่องมาคิดหรือทำให้เกิดความเครียด
สถานการณ์ล่าสุด
หากใครพูดสิ่งที่ไม่ดี ก็เป็นคำพูดของบุคคลนั้น เพราะทุกคนต่างมีปากและสามารถพูดได้ การเจรจาบางเรื่องอาจไม่ถูกใจอีกฝ่าย แต่ขอให้ทุกคนมองกันในฐานะเพื่อนมนุษย์ ให้อภัยซึ่งกันและกัน
เพราะการโต้แย้งหรือมีความขัดแย้งเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน “เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไป ไม่ต้องไปพูดถึง ในขณะนี้ขอให้ญาติโยมทุกคนทำใจให้สบาย ไม่ต้องเครียด
ยิ่งได้ยินข่าวว่าชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบวัดติดตามข่าวครั้งนี้จนตาแดงเพราะร้องไห้ ทำให้รู้สึกสงสาร จึงอยากขอว่าอย่าเครียดกับเรื่องที่เกิดขึ้นมากจนเกินไป พร้อมยืนยันว่า
มุมมองและผลกระทบ
วัดไม่ได้ไปไหนและหลวงพ่อก็ไม่ได้ไปไหน ยังคงต้องการมอบความอบอุ่น ช่วยเหลือจุนเจือ และทำหน้าที่เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของญาติโยมทุกคนต่อไป” พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าวต่อว่า
อาตมาจำได้ว่าช่วงที่ขึ้นศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ฝ่ายป้าดาเดินทางมากันจนเต็มห้องพิจารณา โดยแต่ละครั้งมีประมาณ 60-70 คน ขณะที่ฝ่ายเจ้าอาวาสเดินทางไปเพียงเจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส
ผู้ช่วยเจ้าอาวาส และไวยาวัจกรของวัด เมื่อเข้าไปสอบถาม อีกฝ่ายกลับเดินหนี และไม่ว่าจะเข้าไปสอบถามใครก็ไม่มีผู้ใดพูดคุยด้วย ทำให้ไม่สามารถเจรจาหรือทำความเข้าใจกันได้ พร้อมมองว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
หากเข้าไปพูดคุย อีกฝ่ายก็คงไม่ยอมพูดคุยด้วยอย่างแน่นอน เมื่อไม่มีการสื่อสารกัน จึงไม่อาจทราบได้ว่าอีกฝ่ายมีแนวคิดอย่างไร กำลังทำอะไร หรือมีวิธีดำเนินการจัดการพื้นที่อย่างไร
“ฝากถึงป้าดาให้รักษาอารมณ์ รักษาคำพูด และใจเย็นกับทุกเรื่อง ไม่ควรใช้อารมณ์ในการพูดหรือพูดเร็วเหมือนหายใจไม่ทัน แต่อยากให้พูดช้าๆ และค่อยๆ พิจารณาแต่ละเรื่องไปตามลำดับ คือพูดเอา
พูดเอา คุณสรยุทธก็เหนื่อย คุณกรรชัยก็เหนื่อย นี่คือลักษณะที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นหลวงพ่อก็เห็นใจสื่อมวลชนทุกคนเช่นเดียวก…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



