ทบ.โต้กัมพูชา ปั่นหลักฐาน ‘หลุมระเบิด-ซากปราสาท’ ย้ำ ไทยยึดกติกาสากล
อัปเดตเมื่อ: 8 สิงหาคม 2569 เวลา 15:24อ่าน 3 นาที

ทบ.โต้กัมพูชาปั่นหลักฐาน “หลุมระเบิด-โบราณสถาน” ยันไทยใช้กำลังตามกติกาสากล ชี้เขมรใช้พื้นที่โบราณสถานเป็นฐานทหาร ชี้ ภาพความเสียหายประชาชนไทยคือข้อเท็จจริง
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ไม่อาจลบด้วยโฆษณาชวนเชื่อได้ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่จากกรณี นายเนธ เพียกตรา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศกัมพูชา
โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว กล่าวอ้างถึงหลุมระเบิด ความเสียหายต่อโบราณสถาน บ้านเรือน และการสูญเสียของพลเรือนกัมพูชาว่าเป็นหลักฐานจากการโจมตีของฝ่ายไทยนั้น ว่า
รายละเอียดเพิ่มเติม
การใช้กำลังของฝ่ายไทยทุกครั้งดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ มีการกำหนดและตรวจสอบเป้าหมายอย่างชัดเจน โดยคำนึงถึงความจำเป็นและความได้สัดส่วน
มิใช่การใช้อาวุธโดยไม่จำแนกเป้าหมาย ซึ่งแตกต่างจากฝ่ายกัมพูชาที่ใช้อาวุธจนส่งผลกระทบต่อพื้นที่พลเรือนของไทย ทำให้ประชาชนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ
รวมถึงบ้านเรือนและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย สำหรับการใช้อาวุธจากอากาศของฝ่ายไทย มุ่งต่อเป้าหมายทางทหารที่เป็นภัยคุกคาม
สถานการณ์ล่าสุด
หรือถูกใช้ในการโจมตีจนส่งผลกระทบต่อประชาชนและกำลังทหารฝ่ายไทย โดยผ่านการพิจารณาและตรวจสอบเป้าหมายก่อนการปฏิบัติ
รวมทั้งใช้มาตรการเพื่อลดผลกระทบต่อพลเรือนและพื้นที่โดยรอบให้น้อยที่สุด ส่วนกรณีความเสียหายต่อโบราณสถาน
ฝ่ายไทยตระหนักถึงการคุ้มครองโบราณสถานตามกฎหมายระหว่างประเทศและพยายามหลีกเลี่ยงการสร้างความเสียหายมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า
มุมมองและผลกระทบ
ฝ่ายกัมพูชาใช้พื้นที่โบราณสถานบางแห่งเพื่อประโยชน์ทางทหาร ทั้งเป็นที่ตั้งกำลัง ที่ตั้งอาวุธ ใช้เป็นฐานปล่อยโดรน และเป็นพื้นที่ยิงอาวุธโจมตีประชาชนและกำลังทหารฝ่ายไทย
โดยเฉพาะบริเวณปราสาทตาควาย ซึ่งการนำโบราณสถานมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหารในลักษณะดังกล่าว ย่อมส่งผลต่อสถานะความคุ้มครองตามกฎหมายระหว่างประเทศ
และเมื่อพื้นที่ดังกล่าวถูกใช้เป็นแหล่งก่อภัยคุกคาม ฝ่ายไทยจึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อยับยั้ง โดยใช้กำลังเท่าที่จำเป็นและพยายามจำกัดความเสียหายต่อโบราณสถานให้เหลือน้อยที่สุด
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
สำหรับตู้คอนเทนเนอร์และลวดหนาม เป็นเครื่องกีดขวางเพื่อรักษาความปลอดภัย ป้องกันการรุกล้ำและลดโอกาสการเผชิญหน้า เนื่องจากที่ผ่านมาเคยตรวจพบการลักลอบเข้ามาวางทุ่นระเบิดจากฝ่ายกัมพูชา
จึงเป็นมาตรการเชิงป้องกัน มิใช่การสร้างสถานการณ์หรือยกระดับความขัดแย้งตามที่กล่าวอ้าง พลตรี วินธัยฯ กล่าวย้ำว่า ภาพและหลักฐานความเสียหายต่อชีวิต บ้านเรือน และทรัพย์สินของประชาชนไทย
อันเกิดจากการใช้อาวุธของฝ่ายกัมพูชา เป็นข้อเท็จจริงที่ไม่อาจลบล้างได้ด้วยการโฆษณาชวนเชื่อ การบิดเบือนข้อมูล หรือการกล่าวย้ำข้อกล่าวหาเดิมซ้ำ ๆ เพื่อสร้างความเข้าใจผิด
เพราะประชาคมระหว่างประเทศย่อมมีวิจารณญาณในการพิจารณาข้อมูลและหลักฐานจากทุกฝ่าย และสามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งใดคือข้อเท็จจริงและสิ่งใดเป็นเพียงข้อกล่าวอ้าง ทั้งนี้
ฝ่ายไทยพร้อมให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและหลักฐานอย่างรอบด้านด้วยมาตรฐ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



