ถอดรหัส‘มิน ออง ไลง์’เยือนไทย ผนึกร่วมมือทุกมิติใครได้-ใครเสีย?
อัปเดตเมื่อ: 8 สิงหาคม 2569 เวลา 10:21อ่าน 3 นาที

ถอดรหัส ‘ มิน ออง ไลง์ ’ เยือนไทย ผนึกร่วมมือทุกมิติใครได้ – ใครเสีย ?
หมายเหตุ – นักวิชาการประเมินกรณีนายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 6-7 สิงหาคมจะส่งผลดีหรือผลเสียต่อประเทศไทยทั้งในมิติการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคง ศิพิมพ์ ศรบัลลังก์ อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในการเมืองระหว่างประเทศ บางครั้งรัฐจำเป็นต้องเลือกระหว่างการยึดมั่นในหลักการกับการปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติ และสองสิ่งนี้ก็ไม่ได้เดินไปในทิศทางเดียวกันเสมอไป การที่รัฐบาลไทยต้อนรับ นายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา ในฐานะ “แขกของรัฐบาล” (Official Visit) พร้อมพิธีการเต็มรูปแบบ ณ ทำเนียบรัฐบาล จึงไม่ใช่เพียงการทูตทวิภาคีตามปกติ หากแต่เป็นการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ที่สะท้อนภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของไทยอย่างชัดเจน การตัดสินใจครั้งนี้ควรถูกวิเคราะห์ควบคู่กันอย่างน้อยสองระนาบ ระนาบแรกคือผลประโยชน์เชิงปฏิบัติ (practical interests) ที่ไทยอาจได้รับจากการมีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับผู้กุมอำนาจตัวจริงในเมียนมา ส่วนอีกระนาบหนึ่งคือ ต้นทุนเชิงบรรทัดฐาน (normative cost) จากการมอบความชอบธรรมเชิงสัญลักษณ์ให้กับผู้นำรัฐบาลทหารที่ยังคงถูกประชาคมระหว่างประเทศตั้งคำถามอย่างหนักในประเด็นสิทธิมนุษยชน นับตั้งแต่รัฐประหารปี 2564 เป็นต้นมา ประชาคมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะชาติตะวันตก ใช้นโยบายโดดเดี่ยว (isolation) และมาตรการคว่ำบาตรต่อรัฐบาลทหารเมียนมาเป็นเครื่องมือหลัก อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า นโยบายดังกล่าวยังไม่สามารถผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองได้ ขณะวิกฤตด้านมนุษยธรรมและปัญหาความมั่นคงในรูปแบบใหม่กลับทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งยาเสพติด แก๊งสแกมเมอร์ และมลพิษข้ามพรมแดนจากแม่น้ำกก ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อไทยโดยตรง ในบริบทเช่นนี้ การที่มิน ออง ไลง์ เดินสายเยือนอินเดีย ลาว จีน และล่าสุดคือไทย สะท้อนความพยายามสร้างการยอมรับสถานะของตนเองผ่านประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค สำหรับไทย การเปิดรับผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมาสะท้อนแนวคิดแบบสัจนิยมเชิงปฏิบัติ (pragmatic realism) มากกว่าอุดมคตินิยม กล่าวคือ ไทยยอมรับข้อเท็จจริงว่ามิน ออง ไลง์ คือผู้มีอำนาจในการตัดสินใจจริง และปัญหาข้ามพรมแดนที่กระทบต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจไทยไม่อาจรอให้เมียนมาเปลี่ยนผ่านทางการเมืองเสียก่อนจึงค่อยแก้ไข อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้พิธีการระดับสูงสุดก็ยังเป็นประเด็นที่ควรถูกตั้งคำถาม เพราะไทยยังมีทางเลือกอื่นที่สามารถรักษาช่องทางการสื่อสารได้ โดยมีต้นทุนด้านภาพลักษณ์ต่ำกว่า เช่น การหารือระดับรัฐมนตรี หรือการใช้กลไกอาเซียนเป็นเวทีหลัก จึงน่าสนใจว่าเหตุใดรัฐบาลไทยจึงเลือกยกระดับความสัมพันธ์ในช่วงเวลานี้ ในมิติภูมิรัฐศาสตร์ การเยือนครั้งนี้ยังสะท้อนการแข่งขันด้านอิทธิพลในภูมิภาค แม้มิน ออง ไลง…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



