ภาวะการเมืองล้นเกิน (แต่ไร้ฐาน)
อัปเดตเมื่อ: 24 สิงหาคม 2569 เวลา 12:19อ่าน 3 นาที

ช่วงนี้มีสองสถานการณ์ที่น่าสนใจที่ทำให้ผมนำมาคิดต่อ เรื่องแรกคือ เรื่องของการถกเถียงเรื่องนโยบายเอไอฟรี และข้อกังวลของสังคมว่าเอไอจะเปลี่ยนสังคมไทยไปยังไงบ้างในแต่ละด้าน คนไทยจะได้ประโยชน์จากเอไอมากแค่ไหน หรือจะเปลี่ยนไปในทางแย่ลงในระยะยาว เรื่องที่สองคือ การอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านที่ยังไม่รู้ว่าจะมาแนวไหน ท่ามกลางข่าวลือว่าอาจจะมีการสลับขั้วทางการเมือง (เช่น แดงเขียวจะรวมกัน แล้วส้มก็คิดจะร่วม) สิ่งที่ยังไม่ชัดในการเอาสองเรื่องนี้มาคิดร่วมกันก็คือ เอไอจะเปลี่ยนการเมืองอย่างไร ลองเทียบกับเรื่องของการเมืองในยุคดิจิทัล และการเมืองยุคอินเตอร์เน็ต ที่ในยุคแรกมีแต่คนเชื่อว่า มันจะก่อให้เกิดการรวมตัวแบบใหม่ เกิดการถกเถียงอย่างมีเหตุผล นำไปสู่ประชาธิปไตยที่ลุ่มลึกขึ้น แต่พอมาในยุคนี้กลับพบว่า รัฐ โดยเฉพาะรัฐอำนาจนิยมกลับปรับตัวและโต้กลับได้อย่างเป็นระบบ และยังมีกฎหมายมากมายที่มาจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนด้วย (ยิ่งในโลกออนไลน์ ท่านจะโดนสองเด้ง คือข้อหาปกติ และ พ.ร.บ.คอมพ์) เลยต้องถามว่า เอไอนี่จะเปลี่ยนการเมืองมากขึ้นหรือน้อยลง คนจะค้นหาคำตอบแล้วนั่งเงียบๆ ในบ้าน หรือจะเอาเอไอมาค้นคว้า ผลิตสื่อโต้แย้งกับรัฐมากขึ้น (แต่ก็ถูกตรวจสอบหนักขึ้นและมากขึ้น ถ้าใช้ของฟรีจากรัฐมากขึ้นใช่ไหม?)
ประเด็นสำคัญ
แล้วอนาคตของการรวมตัวกันล่ะ? จะชัดขึ้นไหม?
ในอีกคำถามหนึ่งเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คำถามง่ายๆ คือ ประชาชนและสื่อจะสนใจเรื่องนี้แค่ไหน และจะสนใจในแนวทางไหน (คืออาจจะสนใจ แต่จะสนใจแค่ช่วงดราม่า หรือจะนำเสนออย่างเป็นระบบ) การเมืองไทยปัจจุบันมีความซับซ้อนและมีพลวัตสูง อาจไม่ได้เป็นไปแบบที่ตะวันตกอธิบายได้ง่ายๆ ไม่ใช่หมายถึงว่าไม่เหมือนตะวันตกเอาซะเลย แต่มีเรื่องต้องขบคิดมากขึ้น หนึ่งในความคิดใหม่ๆ ที่นำเสนอมาในช่วงสองสามปีนี้ และช่วงนี้กลับมามีชื่อเสียงมากขึ้นก็คือแนวคิดเรื่องของ “การเมืองเข้มข้น (แต่ไร้ฐาน)” หรือ “การเมืองล้นเกิน (แต่ไร้ฐาน)” หรือที่เรียกว่า hyper politics จากนักประวัติศาสตร์ความคิดทางการเมืองชื่อดังชาวเบลเยียม Anton Jager (Hyperpolitics: Extreme Politicization without Political Consequences. London: Verso, 2026 แปลจากภาษาเยอรมัน ปี 2023) ปัจจุบันเขาสอนที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เยเกอร์มีประเด็นที่น่าสนใจในการมองการเมืองในโลกตะวันตก (และเขาพยายามจำกัดแนวคิดของเขาไว้แค่นั้น) ว่าการเมืองในปัจจุบันได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่มาหลายปีแล้ว โดยเขาเรียกว่าการเมืองใหม่นี้เป็นการเมืองที่ล้นเกิน (แต่ไร้รากฐาน) โดยในมุมของเขา เขาแบ่งการเมือง (ประชาธิปไตย) ออกเป็นสามยุค คือการเมืองมวลชน (mass politics) การเมืองของการปฏิเสธการเมือง/พ้นจากความเป็นการเมือง (post-politics) และการเมืองล้นเกิน (ที่ไร้ฐาน) (hyperpolitics) วิธีพิจารณาแบ่งประเภทของเยเกอร์นั้นมีอยู่สองประเด็น ประเด็นแรกคือเรื่องการแบ่งตามเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ และประเด็นที่สองคือการแบ่งตามเงื่อนไขปัจจัยที่สำคัญ ตัวแปรในการ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



