ทบ. โต้กัมพูชา ย้ำไทยใช้กำลังตามกรอบกฎหมาย มุ่งเฉพาะเป้าหมายทางทหาร
อัปเดตเมื่อ: 8 สิงหาคม 2569 เวลา 17:12อ่าน 3 นาที

ทบ. โต้กัมพูชา ย้ำไทยใช้กำลังตามกรอบกฎหมาย มุ่งเฉพาะเป้าหมายทางทหาร ชี้ความเสียหายที่กัมพูชากระทำต่อไทย ไม่อาจลบล้างด้วยการบิดเบือนข้อมูล 8 สิงหาคม 2569 - จากกรณี นายเนธ เพียกตรา
อ่านข่าวในหมวด ทั่วไป เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศกัมพูชา โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว กล่าวอ้างถึงหลุมระเบิด ความเสียหายต่อโบราณสถาน บ้านเรือน
และการสูญเสียของพลเรือนกัมพูชาว่าเป็นหลักฐานจากการโจมตีของฝ่ายไทยนั้น วันนี้ พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวยืนยันว่า
รายละเอียดเพิ่มเติม
การใช้กำลังของฝ่ายไทยทุกครั้งดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ มีการกำหนดและตรวจสอบเป้าหมายอย่างชัดเจน โดยคำนึงถึงความจำเป็นและความได้สัดส่วน
มิใช่การใช้อาวุธโดยไม่จำแนกเป้าหมาย ซึ่งแตกต่างจากฝ่ายกัมพูชาที่ใช้อาวุธจนส่งผลกระทบต่อพื้นที่พลเรือนของไทย ทำให้ประชาชนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ
รวมถึงบ้านเรือนและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย สำหรับการใช้อาวุธจากอากาศของฝ่ายไทย มุ่งต่อเป้าหมายทางทหารที่เป็นภัยคุกคาม
สถานการณ์ล่าสุด
หรือถูกใช้ในการโจมตีจนส่งผลกระทบต่อประชาชนและกำลังทหารฝ่ายไทย โดยผ่านการพิจารณาและตรวจสอบเป้าหมายก่อนการปฏิบัติ
รวมทั้งใช้มาตรการเพื่อลดผลกระทบต่อพลเรือนและพื้นที่โดยรอบให้น้อยที่สุด ส่วนกรณีความเสียหายต่อโบราณสถาน
ฝ่ายไทยตระหนักถึงการคุ้มครองโบราณสถานตามกฎหมายระหว่างประเทศและพยายามหลีกเลี่ยงการสร้างความเสียหายมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม
มุมมองและผลกระทบ
มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าฝ่ายกัมพูชาใช้พื้นที่โบราณสถานบางแห่งเพื่อประโยชน์ทางทหาร ทั้งเป็นที่ตั้งกำลัง ที่ตั้งอาวุธ ใช้เป็นฐานปล่อยโดรน
และเป็นพื้นที่ยิงอาวุธโจมตีประชาชนและกำลังทหารฝ่ายไทย โดยเฉพาะบริเวณปราสาทตาควาย ซึ่งการนำโบราณสถานมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหารในลักษณะดังกล่าว
ย่อมส่งผลต่อสถานะความคุ้มครองตามกฎหมายระหว่างประเทศ และเมื่อพื้นที่ดังกล่าวถูกใช้เป็นแหล่งก่อภัยคุกคาม ฝ่ายไทยจึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อยับยั้ง
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
โดยใช้กำลังเท่าที่จำเป็นและพยายามจำกัดความเสียหายต่อโบราณสถานให้เหลือน้อยที่สุด สำหรับตู้คอนเทนเนอร์และลวดหนาม เป็นเครื่องกีดขวางเพื่อรักษาความปลอดภัย
ป้องกันการรุกล้ำและลดโอกาสการเผชิญหน้า เนื่องจากที่ผ่านมาเคยตรวจพบการลักลอบเข้ามาวางทุ่นระเบิดจากฝ่ายกัมพูชา จึงเป็นมาตรการเชิงป้องกัน
มิใช่การสร้างสถานการณ์หรือยกระดับความขัดแย้งตามที่กล่าวอ้าง พลตรี วินธัยฯ กล่าวย้ำว่า ภาพและหลักฐานความเสียหายต่อชีวิต บ้านเรือน และทรัพย์สินของประชาชนไทย
อันเกิดจากการใช้อาวุธของฝ่ายกัมพูชา เป็นข้อเท็จจริงที่ไม่อาจลบล้างได้ด้วยการโฆษณาชวนเชื่อ การบิดเบือนข้อมูล หรือการกล่าวย้ำข้อกล่าวหาเดิมซ้ำ ๆ เพื่อสร้างความเข้าใจผิด
เพราะประชาคมระหว่างประเทศย่อมมีวิจารณญาณในการพิจารณาข้อมูลและหลักฐานจากทุกฝ่าย และสามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งใดคือข้อเท็จจริงและสิ่งใดเป็นเพียงข้อกล่าวอ้าง ทั้งนี้
ฝ่ายไทยพร้อมให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและหลักฐานอย่างรอบด้านด้วยมาตรฐานเดียวกัน และขอให้ฝ่ายกัมพูชายุติการเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



