เปิดผลสอบโกงท้องถิ่นชุด ‘ปกรณ์’ ชี้มีช่องโหว่เกือบทุกขั้นตอน!
อัปเดตเมื่อ: 12 สิงหาคม 2569 เวลา 09:53อ่าน 3 นาที

เปิดผลสอบโกงท้องถิ่นชุด 'ปกรณ์' ชี้ช่องโหว่เกือบทุกขั้นตอน ตะลึงอัตราว่าง 8,548 อัตราบรรจุจริง 15,520 อัตรา จ่อทบทวนบทบาท ก.สถ. และทำฐานข้อมูลกลางคนทุจริตสอบ 12 ส.ค.2569 -
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
มีรายงานว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์
รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการ ได้เสนอรายงานผลสอบดังกล่าว ถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 โดยรายละเอียด ระบุว่า
รายละเอียดเพิ่มเติม
ผลการตรวจสอบพบช่องว่างที่เอื้อต่อการทุจริตและลักษณะที่อาจขัดต่อกฎหมาย เกือบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การกำหนดอัตราว่าง การอนุมัติจัดสอบ การจัดทำ TOR การจัดหาผู้รับจ้าง
การจัดสอบและตรวจคะแนน การประกาศผล ไปจนถึงการเรียกบรรจุและการดำเนินการหลังพบขบวนการทุจริต คณะกรรมการพบว่า ก. กลาง อนุมัติอัตราว่างสำหรับการสอบ 8,545 อัตรา แต่มีการบรรจุจริง 15,520
อัตรา จึงเสนอให้ตรวจสอบว่าการบรรจุเกินอัตราดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ส่วนการจัดทำ TOR พบว่า ก.สถ. มอบฝ่ายเลขานุการเป็นผู้ดำเนินการจัดทำ TOR
สถานการณ์ล่าสุด
และกำหนดให้ผู้รับจ้างรับผิดชอบการสอบในลักษณะเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่คณะกรรมการย้ำว่าเงื่อนไขดังกล่าวไม่ทำให้ ก.สถ. พ้นจากความรับผิดชอบตามกฎหมาย
เนื่องจากยังมีหน้าที่กำกับและรับผิดชอบต่อกระบวนการจัดสอบ นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้รับจ้างนำงานตรวจผลสอบไปให้ ผู้รับจ้างช่วง ดำเนินการ และมีการทำสำเนาข้อมูลผลสอบเพิ่มอีก 1 ชุด
ซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าเป็นความเสี่ยงต่อการทุจริตและควรตรวจสอบว่าเกิดขึ้นโดยเจตนาหรือไม่ ประเด็นสำคัญที่สุดของรายงาน คือพบความผิดปกติของผลคะแนนสอบ
มุมมองและผลกระทบ
โดยผลการตรวจคะแนนของผู้รับจ้างช่วงทันทีหลังการสอบภาค ก. และ ข. ไม่ตรงกับผลที่มีการประกาศ จากการตรวจสอบ Digital Footprint และคำให้การของผู้เกี่ยวข้อง
พบหลักฐานการสั่งการและประสานให้เจ้าหน้าที่แก้ไขข้อมูลผลสอบหลายครั้ง โดยมีทั้ง การแก้คะแนนผู้สอบตกให้เป็นผู้สอบได้ และการเพิ่มคะแนนผู้ที่สอบได้อยู่แล้ว
ซึ่งส่งผลต่อลำดับบัญชีและโอกาสได้รับการเรียกบรรจุ คณะกรรมการระบุว่าเป็นความบกพร่องร้ายแรง และการมอบหมายหรือประสานกับ บุคคลภายนอกที่ไม่มีหน้าที่และอำนาจ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ให้แก้ไขผลสอบที่มีการประกาศแล้ว เป็นพฤติกรรมผิดปกติและทุจริตอย่างชัดแจ้ง รายงานยังวิจารณ์ว่า ก.สถ. ไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดผลสอบอย่างเพียงพอก่อนรับรอง โดยอ้างว่าเป็นข้อมูลลับ
ทั้งที่ ก.สถ. เป็นผู้กำหนดชั้นความลับเองและมีหน้าที่รับผิดชอบผลสอบ อีกประเด็นที่คณะกรรมการตั้งข้อสังเกต คือ หลังมีการจับกุมขบวนการทุจริต ก.สถ. ยังดำเนินการเรียกบรรจุต่อ
ก่อนจะมีคำสั่งให้ชะลอการบรรจุในภายหลัง โดยคณะกรรมการเห็นว่าเป็นเรื่องผิดปกติ และสะท้อนปัญหาในระบบการสั่งการและบังคับบัญชาของกระทรวงมหาดไทย
รวมถึงกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบราชการ คณะกรรมการยังเสนอให้กระทรวงมหาดไทย ดำเ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



