บิ๊กดุลย์ ชี้ ไทยไม่ต้องผลิตอาวุธทุกอย่างเอง แต่ต้องผลิตสิ่งจำเป็น ย้ำจัดซื้อทุกครั้งปท.ต้องได้ประโยชน์
อัปเดตเมื่อ: 17 สิงหาคม 2569 เวลา 11:42อ่าน 3 นาที

บิ๊กดุลย์ ชี้ไทยไม่จำเป็นผลิตอาวุธทุกอย่างเอง แต่ต้องผลิตสิ่งจำเป็นต่อความอยู่รอด ย้ำทุกการจัดซื้อประเทศต้องได้ประโยชน์ ยกบทเรียนสู้รบไทย-กัมพูชา มีเงินก็ซื้ออาวุธไม่ได้
ประเด็นสำคัญ
หรือซื้อได้ราคาถูกบวกเพิ่ม 30% แนะไทยเตรียมพร้อมก่อนเกิดวิกฤต รักษาสมดุลมิตรประเทศบนพื้นฐานผลประโยชน์ร่วมกัน เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 สิงหาคม ที่โรงแรมดิ แอทธินี ถนนวิทยุ
พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานกล่าวเปิดงานสัมมนาวิชาการนานาชาติปี 2569 (Thailand Security Dialogue 2026) ในหัวข้อ
รายละเอียดเพิ่มเติม
“การป้องกันประเทศและความมั่นคงในยุคแห่งความไม่แน่นอน” โดยมีอดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดเข้าร่วม อาทิ พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี รวมถึง
พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้ช่วยทูตทหารจากหลายประเทศ พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า เวทีดังกล่าวเป็นการส่งเสริมการพูดคุย หารือ ความร่วมมือ และความเข้าใจร่วมกัน
ท่ามกลางยุคแห่งความไม่แน่นอนของโลกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยตำแหน่งสุดท้ายของตนก่อนเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คือแม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งเคยใช้กำลังรบเข้าปฏิบัติการ
สถานการณ์ล่าสุด
แต่วันนี้มีโอกาสเข้ามาเป็นผู้กำหนดนโยบาย จึงต้องการสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงของโลก และการเตรียมความพร้อมด้านความมั่นคงของประเทศ พล.ท.อดุลย์ กล่าวอีกว่า
ในยุคใหม่ไม่มีใครถามว่าใครมีกองทัพที่ใหญ่กว่ากัน แต่น่าจะถามว่าใครปรับตัวได้เร็วกว่ากัน ใครมีระบบที่แข็งแรง และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในประเทศได้มากกว่ากัน ดังนั้น
การป้องกันประเทศในวันนี้จึงไม่ใช่ภารกิจของกองทัพเพียงอย่างเดียว แต่เป็นวาระของคนทั้งชาติที่ต้องร่วมกันรับผิดชอบ พล.ท.อดุลย์ กล่าวถึงประเด็นภัยคุกคามเปลี่ยนเป็นสงครามหลายมิติว่า
มุมมองและผลกระทบ
ในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่มองภัยคุกคามในมิติทางทหาร วันนี้ต้องมองให้กว้างขึ้นเป็นภัยคุกคามแบบผสมผสาน ทั้งสงครามไซเบอร์ สงครามข้อมูลข่าวสาร ปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดรน
อาวุธไร้คนขับ การโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน ความมั่นคงทางพลังงาน โรคระบาด ภัยพิบัติ ตลอดจนการแข่งขันด้านเทคโนโลยีและเศรษฐกิจ รวมถึงมาตรการทางการค้าและการขึ้นภาษีที่ส่งผลกระทบต่อประเทศ
“สิ่งที่น่ากังวลที่สุดไม่ใช่ภัยที่เราเห็น แต่คือภัยที่เรายังมองไม่เห็น แล้วเราจะรับมือหรือป้องกันอย่างไร” สำหรับการเตรียมความพร้อมของกองทัพ พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
กองทัพในอนาคตต้องเปลี่ยนจากการเตรียมพร้อมเพื่อทำสงครามในรูปแบบเดิม ไปสู่การเตรียมพร้อมรับมือกับสงครามหลายมิติ โดยสิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการมีอาวุธที่ทันสมัย แต่ต้องมีบุคลากร ข้อมูล
เทคโนโลยี และระบบตัดสินใจที่ทันสมัยด้วย “ปี 2554 ตนทำการสู้รบ พอมาเป็นรัฐมนตรีก็เห็นการเปลี่ยนแปลงของการสู้รบ และมองว่าหลังจากนี้ก็จะเปลี่ยนแปลงไปอีก หากเกิดเหตุฉุกเฉิน
ใครจะเป็นผู้ตัดสินใจได้รวดเร็วแค่ไหน จะเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานอย่างไร รวมถึงระบบสื่อสารสำรอง หากโครงสร้างพื้นฐานบ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



