ไทยจวกกัมพูชา เลิกปั้นเฟกนิวส์ หากอยาก‘สันติ’
อัปเดตเมื่อ: 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 00:01อ่าน 3 นาที

“บิ๊กดุลย์” ควง “ต่ง จวิน” กิน “โจ๊ก” ยามเช้า สานต่อมิตรภาพและความร่วมมือ ก่อนส่งเดินทางกลับประเทศ “พล.อ.อ.ประภาส” ซัดเขมรเลิกปฏิบัติการไอโอบ่อนทำลายสัมพันธ์
อ่านข่าวในหมวด ต่างประเทศ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ย้ำสันติภาพเกิดขึ้นไม่ได้หากปั้นเฟกนิวส์ต่อเนื่อง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 ก.ค.2569 พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้การต้อนรับและร่วมรับประทานอาหารเช้ากับ
พล.ร.อ.ต่ง จวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ ร้านโจ๊กปริ๊นซ์ เขตบางรัก ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง
รายละเอียดเพิ่มเติม
ก่อนเดินทางกลับประเทศภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจการเยือนไทยอย่างเป็นทางการ โดยในช่วงค่ำ พล.ท.อดุลย์ได้เดินทางไปส่ง พล.ร.อ.ต่ง ณ ห้องรับรองพิเศษ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
เพื่ออำลาคณะผู้แทนฝ่ายจีนที่เดินทางกลับประเทศ ขณะเดียวกัน พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC)
กล่าวถึงกรณีศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งกัมพูชา (CMAC) เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการปนเปื้อนวัตถุระเบิดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่า JIC รับทราบข้อมูลดังกล่าวแล้ว
สถานการณ์ล่าสุด
และขอชี้แจงต่อสาธารณชนในหลายประเด็น ว่าไทยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองประชาชนและการลดผลกระทบด้านมนุษยธรรมจากความขัดแย้งตามแนวชายแดน
พร้อมสนับสนุนการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้างตามหลักมนุษยธรรมสากล โดยไม่เลือกปฏิบัติ สำหรับตัวเลขและข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับจำนวนกระสุน ปริมาณลูกระเบิดย่อย
และพื้นที่ปนเปื้อนที่ CMAC เผยแพร่นั้น เป็นข้อมูลที่ฝ่ายกัมพูชาจัดทำขึ้นเพียงฝ่ายเดียว และยังไม่ได้ผ่านการตรวจสอบร่วม หรือได้รับการรับรองจากกลไกระหว่างประเทศที่เป็นอิสระ
มุมมองและผลกระทบ
จึงยังไม่สามารถถือเป็นข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันได้ “ไทยไม่สามารถรับรองความถูกต้องของข้อกล่าวอ้างที่ระบุว่ากองทัพไทยยิงกระสุนคลัสเตอร์ 120,000-130,000 นัด
หรือมีลูกระเบิดย่อยตกค้างหลายล้านลูก เนื่องจากไม่มีการนำเสนอหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ การตรวจพิสูจน์ทางเทคนิค หรือผลการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญอิสระ
ซึ่งไทยยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส เป็นกลาง และตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักฐานที่สามารถตรวจสอบได้ หากมีความจำเป็น โดยผ่านกลไกที่ทั้งสองฝ่ายยอม
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
รับร่วมกัน หรือผ่านองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง” พล.อ.อ.ประภาสยังแสดงความกังวลว่า การเผยแพร่ข้อมูลที่กล่าวโทษอีกฝ่ายโดยปราศจากการตรวจสอบร่วม
อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ และไม่เอื้อต่อการฟื้นฟูความสัมพันธ์ภายหลังการหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2568
ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันที่จะหลีกเลี่ยงการยั่วยุและส่งเสริมการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ ผู้อำนวยการ JIC ย้ำว่า ไทยปฏิบัติตามข้อตกลงร่วม 27 ธ.ค.2568 อย่างเคร่งครัด
ได้ปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม ทั้งการยุติการสู้รบ การหลีกเลี่ยงการยั่วยุ การลดความตึงเครียด และการงดเผยแพร่ข้อมูลที่จะซ้ำเติมสถานการณ์ แต่ในทางกลับกัน
ไทยยังคงเห็นความพยายามเผยแพร่ข้อมูลฝ่ายเดีย…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



