นายกฯ วอนอย่าใช้คำว่า นักท่องเที่ยว คดีสังหารพี่น้องรัสเซีย ยันไทยยังปลอดภัย
อัปเดตเมื่อ: 1 สิงหาคม 2569 เวลา 19:14อ่าน 3 นาที

นายกฯ วอนอย่าใช้คำว่า นักท่องเที่ยว คดีสังหารพี่น้องรัสเซีย ยันไทยยังปลอดภัย ขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอโทษชาวรัสเซีย ยันดำเนินคดีถึงที่สุด วันที่ 1 ส.ค. 2569 นายอนุทิน
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เปิดเผยภายหลังรับฟังการสรุปคดีฆาตกรรม 5 ศพ ในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ว่า พยานหลักฐานมีความชัดเจน
สามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องหาหลักและผู้สนับสนุนได้ พร้อมสั่งการให้ตำรวจทำสำนวนอย่างรัดกุม ปิดทุกช่องโหว่ทางกฎหมาย และขยายผลไปยังเครือข่ายยาเสพติด รวมถึงคดีอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง
รายละเอียดเพิ่มเติม
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า จากการประชุมติดตามความคืบหน้าคดี พบว่าขณะนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาหลักได้แล้ว 2 ราย และมีผู้สนับสนุนอีกหลายราย
โดยเชื่อว่าหลักฐานมีน้ำหนักเพียงพอสำหรับการดำเนินคดี เบื้องต้นพบความเชื่อมโยงระหว่างคดีฆาตกรรมสองพี่น้องชาวรัสเซีย กับคดีฆาตกรรมพ่อแม่ลูกชาวไทยอีก 3 ราย รวมเป็นผู้เสียชีวิต 5 ราย
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่กำลังขยายผลเพิ่มเติม เนื่องจากเชื่อว่าผู้ต้องหาอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีอื่นอีก รวมถึงเครือข่ายยาเสพติดและการกระทำผิดกฎหมายรูปแบบอื่น นายอนุทิน กล่าวอีกว่า
สถานการณ์ล่าสุด
ขอความร่วมมือสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าว ขออย่าใช้คำว่า นักท่องเที่ยว เพราะไม่ต้องการให้สังคมมองว่าเป็น “คดีนักท่องเที่ยวถูกฆ่า”
เนื่องจากผู้เสียชีวิตชาวรัสเซียอาศัยอยู่ในประเทศไทยมานานกว่า 7 ปี เดินทางเข้าออกประเทศไทยเป็นประจำ และใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวในไทย ไม่ใช่นักท่องเที่ยวที่เพิ่งเดินทางเข้ามา
“ยืนยันว่า ประเทศไทยยังมีความปลอดภัยสำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการกระทำของกลุ่มอาชญากรที่มีพฤติกรรมโหดเหี้ยม
มุมมองและผลกระทบ
ไม่ใช่ภาพรวมของสถานการณ์ความปลอดภัยของประเทศ” นายอนุทิน ยังกล่าวขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตชาวรัสเซีย และขอโทษชาวรัสเซีย พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด
โดยจะไม่ให้มีการประกันตัว และสั่งการให้พนักงานสอบสวนจัดทำสำนวนอย่างรัดกุม เพื่อปิดช่องโหว่ทางกฎหมายทุกประการ ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า
การสืบสวนพบว่าผู้ต้องหาหลักมีประวัติคดียาเสพติดและเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เมื่อพ้นโทษออกมาก็ยังติดต่อกับกลุ่มอดีตผู้ต้องขังเดิม
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ซึ่งบางส่วนให้การช่วยเหลือด้านการหลบหนีและสนับสนุนการก่อเหตุ ตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบเครือข่ายดังกล่าว รวมถึงตรวจสอบคดีบุคคลสูญหายในพื้นที่ทั้งก่อนและหลังผู้ต้องหาพ้นโทษ
เพื่อดูว่ามีความเชื่อมโยงกับคดีอื่นหรือไม่ แม้ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่ามีเหยื่อรายอื่นเพิ่มเติม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวต่อว่า
จะประสานกรมราชทัณฑ์เพื่อพัฒนาระบบติดตามพฤติกรรมผู้พ้นโทษที่มีความเสี่ยงกลับไปกระทำผิดซ้ำ
รวมถึงเข้มงวดการจำหน่ายเครื่องแบบและอุปกรณ์ที่สามารถนำไปแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐผ่านช่องทางออนไลน์ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นผลกระทบต่อการท่องเที่ยว
ตำรวจยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าจะกระทบต่อ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



