ข้ามไปยังเนื้อหา

ว่าด้วย’สงคราม’และ’สันติภาพ’

อัปเดตเมื่อ: 2 สิงหาคม 2569 เวลา 00:03อ่าน 3 นาที

ว่าด้วย’สงคราม’และ’สันติภาพ’
แชร์ข่าวนี้

ตอนคุณพ่ออเมริกากับคุณปู่อิหร่านกลับมา รบ กันใหม่...เห็นว่า ราคาน้ำมัน พุ่งปรู๊ด พรวดเดียวขึ้นไปถึง 100 ดอลลาร์กว่าๆ ต่อบาร์เรล ทั้ง Brent ทะเลเหนือ และ WTI เท็กซัสของอเมริกา แต่พอหยุดรบ อาจเพียงแค่ชั่วครั้งชั่วคราว จะด้วยเหตุเพราะ กระสุนหมด หรือเพราะจีน เพราะรัสเซีย ที่ถือเป็น หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ รายสำคัญของอิหร่านเขา ชักเริ่มฮึ่มๆ ขึ้นมามั่งแล้ว ก็แล้วแต่จะว่ากันไป ส่งผลให้ ราคาน้ำมัน ลดแบบฮวบๆ ฮาบๆ วันเดียวลดลงราวๆ 8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ไม่ว่า Brent หรือ WTI ก็ตามที... อันนี้...ก็น่าจะถือเป็นข้อสรุปได้ไม่ยากว่า การรบกันไป-รบกันมา หรือสิ่งที่เรียกว่า สงคราม นั้น น่าจะเป็นต้นเหตุแห่งความฉิบหาย-วายวอดไปด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งปวง ไม่ว่าสำหรับคู่ต่อสู้แต่ละฝ่าย ต่อคู่สงคราม รวมทั้งต่อผู้ที่เลี่ยงไม่พ้นต้องได้รับ ผลกระทบ มากบ้าง-น้อยบ้างไปตามสภาพ และนั่นอาจถือเป็นคุณค่า ราคา ของสิ่งที่เรียกว่า สันติภาพ อย่างเห็นได้แบบแจ่มแจ้ง ชัดเจน แต่ก็อย่างว่า...แม้ว่าความปรารถนา ความต้องการ ของมนุษย์มนา อย่างเราๆ-ทั่นๆ น่าจะหนักไปทาง สันติภาพ มากกว่า สงคราม แต่ก็แปลก!!!

ประเด็นสำคัญ

...ที่ตลอดประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติ หรือตลอดกระบวนการวิวัฒนาการของมนุษย์มนาทั้งหลาย ต่างมิอาจแยกขาดไปจากสิ่งที่เรียกว่า สงคราม ได้เลย... มันก็เลยก่อให้เกิด คำถาม ที่น่าจะมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าคำถามแบบที่อภิมหานักจิตวิเคราะห์ชาวเยอรมันอย่าง Erich Fromm เคยว่าไว้ว่า เป็นคำถามที่มนุษย์ทุกๆ คนจำเป็นต้องหาคำตอบ หรือให้คำตอบ ประเภทว่าเราคือใคร?

เกิดมาทำไม? เพราะอะไร? มีจุดมุ่งหมายเช่นไร?

รายละเอียดเพิ่มเติม

อะไรทำนองนั้น เพราะถ้าหากยังมิอาจหาคำตอบสำหรับตัวเอง หรือตัวตนของตน ได้อย่างถนัดชัดเจน มันก็อาจส่งผลให้คุณค่า ราคา แห่ง ความเป็นมนุษย์ เกิดอาการตกต่ำ เสื่อมโทรม หรือใกล้เคียงกับ ความเป็นเดียรัจฉาน ยิ่งเข้าไปทุกที... แต่ก็นั่นแหละ...ไม่ว่าจะถามแล้ว ถามเล่า ถามกันมาโดยตลอดทุกยุค ทุกสมัย สงคราม ก็ยังคงเป็นสิ่งที่มิอาจแยกขาดไปจากกระบวนการวิวัฒนาการของมวลมนุษย์ในแต่ละขั้นตอน แม้กระทั่งขั้นตอนใหม่ๆ ขั้นที่สิ่งที่เรียกว่า เทคโนโลยี มันได้ทำให้ สงคราม อาจกลายเป็น จุดจบ ของมวลมนุษยชาติ ของประวัติศาสตร์ ของอารยธรรมทุกๆ อารยธรรมเอาเลยก็ว่าได้ หรือแบบที่อภิมหานักวิทยาศาสตร์ชาวยิว อย่าง Albert Einstein ท่านเคยพูดๆ เอาไว้นั่นแหละว่า “ I know not with what weapons World War 3 will be fought, but World War 4 will fought with sticks and stones.” หรือถึงแม้ไม่รู้ว่าจะใช้อะไรทำสงครามกันในสงครามโลกครั้งที่ 3 แต่สำหรับสงครามคราวต่อไป หรือสงครามโลกครั้งที่ 4 คงหนีไม่พ้นที่จะเหลือแค่ท่อนไม้และก้อนหินเท่านั้น ที่จะเอาไว้สู้รบ เล่นงานกันและกัน... นักวิเคราะห์การเมืองโลกชาวจีน อย่าง Victor Gao ท่านเลยเห็นต่างไปจากแนวคิด ทฤษฎี อันว่าด้วยความขัดแย้งในโลกเมื่อครั้งโบร่ำโบราณ ที่เรียกๆ กันว่า Thucydides Trap หรือ กับดักทูซิดิดิส ไปด้วยประการฉะนี้ หรือเห็นว่าก…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: ไทยโพสต์ · ว่าด้วย’สงคราม’และ’สันติภาพ’
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง