เปิดใจเจ้าของร้าน “จริตไทย” ขอโทษชาวแพร่ ปมเหมารวม ยุติโต้ตอบบนโซเชียล
อัปเดตเมื่อ: 6 สิงหาคม 2569 เวลา 18:53อ่าน 3 นาที

เปิดใจเจ้าของร้าน “จริตไทย” ขอโทษชาวแพร่ ปมเหมารวม ยอมรับตอบคอมเมนต์ใช้อารมณ์มากเกินไป ขอยุติโต้ตอบบนโซเชียล ลั่นจากนี้ให้กฎหมายจัดการ
ประเด็นสำคัญ
จากกรณีดราม่าระหว่างร้านเสื้อผ้าพื้นเมืองล้านนา “จริตไทย” และ “ปั๋นปอน” ซึ่งเป็นข้อพิพาทระหว่างอดีตสามีภรรยา ทั้งประเด็นสิทธิในการทำธุรกิจ การใช้ภาพสินค้า การนำภาพไปดัดแปลงด้วย AI
รวมถึงเรื่องการเลี้ยงดูบุตร จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ ล่าสุดวันที่ 6 ส.ค. 2569 น.ส.สุพิชชา เจ้าของร้าน “จริตไทย” เปิดใจกับ “ข่าวสดออนไลน์” ชี้แจงในหลายประเด็น
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยเริ่มต้นกล่าวขอโทษชาวจังหวัดแพร่ จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ตนกล่าวถึง “คนแพร่” ผ่านคลิปวิดีโอ จนทำให้หลายคนรู้สึกไม่สบายใจ พร้อมยอมรับว่าในช่วงที่ตอบคอมเมนต์บนโซเชียลมีเดีย
ตนใช้อารมณ์มากเกินไป จึงขออภัยต่อทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบ สำหรับประเด็นที่อดีตสามีกล่าวอ้างว่าบุคคลที่สาม ซึ่งเป็นชนวนปัญหาในความสัมพันธ์ เป็นเพื่อนของตนนั้น น.ส.สุพิชชา
ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง โดยระบุว่าทั้งสองฝ่ายไม่เคยเรียนห้องเดียวกัน ไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน และไม่ได้เป็นเพื่อนสนิทกัน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าหากเป็นเพื่อนจริง
สถานการณ์ล่าสุด
ก็น่าจะมีหลักฐานที่แสดงถึงความสัมพันธ์ดังกล่าว ส่วนกรณีแชตพูดคุยกับบุคคลดังกล่าว น.ส.สุพิชชา ระบุว่า แชตที่ถูกนำมาเผยแพร่ไม่ใช่หลักฐานของการมีชู้หรือความสัมพันธ์เชิงชู้สาว
พร้อมยืนยันว่าไม่เคยนัดพบหรือมีความสัมพันธ์เกินเลยกับบุคคลดังกล่าว โดยในช่วงที่ตัดสินใจออกจากความสัมพันธ์ ตนเดินทางไปเรียนด้านแฟชั่นที่กรุงเทพฯ เป็นเวลา 2 เดือน เพื่อขอเว้นระยะห่าง
เนื่องจากอดีตสามียังไม่ยอมย้ายออกจากบ้านของตนในขณะนั้น เพราะตนไม่อยากอดทนที่จะต่อสู้กับอะไรหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ และ การใช้ชีวิตที่ไปด้วยกันต่อไม่ได้
มุมมองและผลกระทบ
นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้ตนอยากจบความสัมพันธ์ นอกจากนี้ ในส่วนของสาเหตุที่ตัดสินใจออกมาอัดคลิปลงโซเชียลไม่ได้ต้องการโจมตีบุคคลใด แต่เกิดจากความรู้สึกว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรม
หลังเห็นกรณีร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งที่มีประเด็นลอกเลียนรูปแบบธุรกิจ จึงมองว่าตนเองกำลังเผชิญเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน ทั้งการใช้รูปแบบการนำเสนอสินค้า การจัดวางภาพ การใช้ลายผ้า
การเรียกชื่อสินค้า รวมถึงการนำภาพถ่ายของร้านไปใช้ จึงออกมาเรียกร้องสิทธิของตนเอง น.ส.สุพิชชา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ภายหลังการหย่าร้าง ตนเคยพูดกับอดีตสามีว่าจะยกร้านให้ดูแลต่อจริง
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เพื่อให้อีกฝ่ายมีรายได้สำหรับเลี้ยงดูลูกและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของตนเอง โดยยอมรับว่าเป็นการพูดด้วยเจตนาดี แต่ภายหลังรู้สึกไม่ดี หลังได้เห็นข้อความสนทนาของอดีตสามีในเฟซบุ๊ก
ซึ่งแม้ตนจะยอมรับว่าไม่ควรอ่านข้อความของผู้อื่น แต่ข้อความดังกล่าวเด้งขึ้นมาบนหน้าจอและตนกดเปิดอ่าน ทำให้เห็นข้อความที่มองว่าเป็นการกล่าวถึงตนในทางเสียหาย
จึงตัดสินใจขอใช้สิทธิตามกฎหมายเรียกร้านกลับคืน รวมถึงขอรับลูกกลับมาอยู่ในความดูแลของตน ในส่วนนี้ตนยอมรับผิดที่ไปอ่านข้อความ น.ส.สุพิชชา ยื…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



