อัพเดตอาการ ลูกช้างพลัดหลงป่าไทรโยค หัวหน้าอุทยานฯเล่าสะเทือนใจวิ่งตามเรือ หิวจัดขอความช่วยเหลือ
อัปเดตเมื่อ: 1 สิงหาคม 2569 เวลา 13:57อ่าน 3 นาที

อัพเดตอาการลูกช้างพลัดหลงป่าไทรโยค หน.อุทยานเล่าสะเทือนใจวิ่งตามเรือขอความช่วยเหลือ เฮ้งขอบคุณสั่งดูแลเต็มที่ วันที่ 1 สิงหาคม นายสุชาติ ชมกลิ่น
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผย ว่า ได้รับรายงานเรื่องลูกช้างป่าวัย 2 สัปดาห์ พลัดหลงในป่าอุทยานแห่งชาติไทรโยค แล้ว แล้ว รู้สึกเป็นห่วงอาการของน้องมาก
เนื่องจากยังตัวเล็กและอยู่ในภาวะวิกฤต ขอส่งกำลังใจและขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกนายและทีมสัตวแพทย์ที่เสียสละ ทุ่มเทแรงกายแรงใจฝ่าสายฝนและกระแสน้ำเชี่ยวเข้าไปช่วยเหลือดูแลอย่างเต็มที่
รายละเอียดเพิ่มเติม
พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ ระดมทีมสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเข้าไปดูแลรักษาอาการอย่างใกล้ชิดทุกขั้นตอน เพื่อให้ลูกช้างปลอดภัยและมีอาการดีขึ้นโดยเร็วที่สุด นายอรรถพล
เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยหลังได้รับรายงานว่า ได้รับรายงานเรื่องนี้ ว่าทางหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติไทรโยคที่ ทย. 5 (แม่น้ำน้อย)
ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน หมู่บ้านแม่น้ำน้อย หมู่ที่ 5 ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ว่าพบลูกช้างป่าจำนวน 1 ตัว บริเวณ ชายน้ำห้วยแม่น้ำน้อย จึงดำเนินการลงพื้นที่เข้าตรวจสอบ
สถานการณ์ล่าสุด
พื้นที่ดังกล่าวต้องเข้าไปโดยเรือชาวบ้านใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง เนื่องจากเป็นพื้นที่ยากต่อการเข้าถึง บริเวณจุดที่ได้รับแจ้ง พบ ลูกช้างป่าพลัดหลง จำนวน 1 ตัว
มีสภาพอิดโรยและไม่พบโขลงช้างบริเวณนั้น คาดว่าถูกทิ้งไว้ประมาณ 2 วัน เจ้าหน้าที่จึงได้นอนเฝ้าเพื่อสังเกตพฤติกรรม และรอโขลงช้างมารับ
ตลอดทั้งคืนลูกช้างป่าส่งเสียงร้องเรียกหาแม่ช้างเป็นช่วงๆ แต่ไม่มีเสียงฝูงตอบรับคาดว่าฝูงน่าจะไปไกลแล้ว นายอรรถพล กล่าวว่า รายงานล่าสุดนั้น ทีมสัตวแพทย์ สบอ.3 (บ้านโป่ง) และ
มุมมองและผลกระทบ
สัตวแพทย์ สบอ.3 สาขาเพชรบุรี ได้เข้าพื้นที่เพื่อประเมินสถานการณ์ลูกช้างป่า โดยเส้นทางการเข้าไปตรวจสอบต้องนั่งเรือเข้าไปยังจุดพบลูกช้างป่าต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง
ประกอบกับในพื้นที่มีฝนตกต่อเนื่องทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลาก ทีมสัตวแพทย์ฯได้ประเมินอาการลูกช้างเบื้องต้นพบว่าพบเป็นลูกช้างป่าเพศผู้ น้ำหนักประมาณ 40
กิโลกรัม อายุไม่เกิน 2 สัปดาห์ สุขภาพอยู่ในแนวโน้มน่าเป็นห่วง ทีมสัตวแพทย์ลงความเห็นว่าลูกช้างป่าอยู่ในสภาพวิกฤต จึงได้ทำการเคลื่อนย้ายมายัง ที่ทำการอุทยานแห่งชาติไทรโยค
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เพื่อให้ทีมสัตวแพทย์ของกรมอุทยานฯ วางแผนทำการช่วยเหลือและรักษาอย่างใกล้ชิด ทีมสัตวแพทย์ของกรมอุทยานฯ ได้เข้ามาตรวจดูอาการลูกช้างดังกล่าว
เบื้องต้นให้อุทยานแห่งชาติไทรโยคไทรโยคจัดหาคอกพักชั่วคราว พ้นยาฆ่าเชื้อรอบๆ คอก จัดให้มีเจ้าหน้าที่ดูแลพัดเปลี่ยนเวรดูแลตลอด และให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของทีมสัตวแพทย์
และจะตรวจหาเชื้อ ไวรัสเฮอร์ปีส์ในช้างเด็ก (EEHV) ในนี้ (1 สิงหาคม 2569) ในระหว่างที่รอผลตรวจ
จึงให้ลูกช้างดังกล่าวอยู่ในคอกที่จัดไว้กักกันโรคเพื่อเฝ้าระวังและติดตามอาการโดยทีมสัตวแพท…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



