ปชป.ตั้งทีมกฎหมาย เอาผิด กกต.-ดีเอสไอ หากเป่าคดีฮั้ว ส.ว. ลุยฟันนักการเมืองเอี่ยวโกง
อัปเดตเมื่อ: 14 สิงหาคม 2569 เวลา 12:24อ่าน 3 นาที

ปชป.เดินเกม ตั้งทีมกฎหมาย จ่อเอาผิด กกต.-ดีเอสไอ ปมเป่าคดีฮั้วส.ว. พร้อมเอาผิด ‘พรรคการเมือง-นักการเมือง’ เอี่ยวปมจัดตั้ง-แลกคะแนนโกง สว. เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14
ประเด็นสำคัญ
สิงหาคม ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พรรคประชาธิปัตย์ ได้ตั้งทีมกฎหมายเพื่อติดตามกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมพิจารณาคดีฮั้ว
ส.ว. ว่าจะส่งศาลฏีกาหรือไม่ หากพบว่า กกต. ไม่ส่งคดีไปยังศาล จะส่งคำร้องเพื่อเอาผิด กกต. ทั้งคดีอาญาและการทุจริตต่อไป นายพงศกร กล่าวต่อว่า
รายละเอียดเพิ่มเติม
นอกจากนั้นแล้วพรรคฯยังมีการตรวจสอบกรณีของฮั้ว ส.ว.ที่มีลักษณะพบว่า พรรคการเมือง นักการเมือง
หรือมีการกระทำที่เป็นลักษณะขององค์กรเข้าไปเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งหรือแลกคะแนนเลือกส.ว.หรือไม่ เพราะพฤติกรรมดังกล่าวเขาข่ายผิดกฎหมาย
นอกจากนั้นยังรวมถึงการดำเนินการของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ล่าสุดพบว่าท่าทีต่อการเอาจริงเอาจังในคดีฮั้ว ส.ว.เปลี่ยนไป โดยจะรอให้ กกต. สรุปเรื่องก่อน
สถานการณ์ล่าสุด
ทั้งที่ดีเอสไอสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง เพราะก่อนหน้านั้น ดีเอสไอเคยสั่งฟ้องกกต. 8 คนที่เกี่ยวกับคดี จึงถือว่ามีอำนาจตามกฎหมายคดีพิเศษ เข้าความผิดมูลฐาน ทั้งนี้หากพบความผิดปกติ
จะดำเนินการต่อดีเอสไอเช่นกัน “พรรคฯได้เตรียมรวบรวม ข้อมูล ร่างหนังสือ พร้อมหลักฐานเพื่อเตรียมส่งให้ดำเนินการกับพรรคการเมืองที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่ง ส.ว.
เพราะตามกฎหมายกำหนดเจตนาให้ ส.ว.มีความอิสรระ มีความคิดเป็นของตนเอง เพื่อเข้าไปทำหน้าที่คัดกรอง เสนอแนะกฎหมายต่อสังคม หากพรรคใดควบคุม ครอบงำ ถือว่าผิดกฎหมายแน่นอน
มุมมองและผลกระทบ
โดยขณะนี้ฝ่ายกฎหมายกำลังดำเนินการ” นายพงศกร กล่าว นายพงศกร กล่าวย้ำว่า ปัจจุบันพบคำครหาว่า กกต. ถูกครอบงำ หากไม่สั่งฟ้องทั้งที่มีหลักฐานตามที่พรรคประชาชน
ร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์นำเสนอ ทั้งนี้ในหลักฐานที่เกี่ยวกับพรรค หรือนักการเมืองทั้งระดับชาติ ระดับท้องถิ่น ซึ่งกฎหมายเขียนไว้เป็นความผิด จะดำเนินการแน่นอนโดยเฉพาะพรรคการเมือง
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ดังนั้นสิ่งที่พรรคทำ มี 3 ประเด็น คือ 1.ร่างคำร้องหาก เอาผิดทั้งคดีอาญาและทุจริต หากกกต.สั่งไม่ฟ้อง
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
2.หากมีหลักฐานมีกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองก็จะเอาผิดด้วย และ3.กรณีของเส้นทางการเงิน เพราะจากการตรวจสอบของ คณะกรรมาธิการ(กมธ.)ป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด
สภาผู้แทนราษฎร ที่นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน กมธ.ฯ พบว่าการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ต้องรอให้
สำนักงานคณะกรรมการรป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) ส่งเรื่องก่อนถึงดำเนินการได้ “ผมเชื่อว่าหากสุดท้ายดำเนินการได้ เส้นเงินจะไปถึง เพราะสิ่งที่พรรคประชาชนเปิดเผยข้อมูล
และมีเบาะแสที่ภาครัฐยังไม่ได้ดำเนินการเกี่ยวกับเส้นเงินจริงจัง หาก ปปง. ทำได้จะมัดตัวได้” นายพงศกร กล่าว
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



