เมียนมาจัดหนัก จำคุก-ประหารตลอดชีวิต แก๊งสแกมเมอร์
อัปเดตเมื่อ: 29 กรกฎาคม 2569 เวลา 10:48อ่าน 2 นาที

เมียนมาจัดหนัก จำคุก-ประหารตลอดชีวิต แก๊งสแกมเมอร์ เดอะสเตรตส์ไทมส์รายงานว่า เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม อ่อง ลิน ดเว ประธานรัฐสภาเมียนมา ประกาศระหว่างการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ว่า
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
รัฐสภาผ่านร่างกฎหมายต่อต้านการหลอกหลวงออนไลน์ โดยอาย จัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเปิดเผยว่า โทษประหารชีวิตผู้ที่กักขังหรือใช้ความรุนแรงบังคับเหยื่อในศูนย์ออนไลน์สแกม
ถูกบรรจุไว้ในร่างกฎหมายฉบับสุดท้าย และกล่าวว่า ไม่ได้มีการแก้ไขร่างกฎหมายที่เสนอไว้มากนักหลังจากการหารือร่วมกันระหว่างสภาล่างและสภาสูง ส่วนที่เป็นสาระสำคัญของร่างกฎหมายยังคงเดิม
รายละเอียดเพิ่มเติม
ร่างกฎหมายฉบับที่เผยแพร่ในเดือนพฤษภาคมกำหนดโทษจำคุกตั้งแต่ 10 ปีจนถึงจำคุกตลอดชีวิต รวมถึงโทษประหารชีวิตสำหรับผู้ที่ใช้ความรุนแรง ทรมาน จับกุมหรือควบคุมตัวบุคคลโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
หรือปฏิบัติต่ออีกฝ่ายอย่างโหดร้ายเพื่อบังคับใช้บุคคลนั้นกระทำการหลอกหลวงออนไลน์ และหากมีผู้เสียชีวิต ผู้กระทำผิดต้องได้รับโทษประหารชีวิต ร่างกฎหมายดังกล่าวระบุด้วยว่า
ผู้ที่ดำเนินการศูนย์ออนไลน์สแกมหรือผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีหลอกลวงเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล มีโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต
สถานการณ์ล่าสุด
กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นกฎหมายฉบับแรกที่ผ่านโดยรัฐบาลเมียนมาชุดใหม่ภายใต้การนำของ ประธานาธิบดีมิน ออง ไลง์
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ประเทศกำลังเผชิญกับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของศูนย์สแกมออนไลน์ในช่วงสงคราม ส่งผลให้เมียนมากลายเป็นที่ตั้งของอุตสาหกรรมการหลอกลวงขนาดใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยมุ่งเป้าหลอกลวงผ่านการหลอกให้รัก และการหลอกลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล การทำงานในศูนย์ออนไลน์สแกมสามารถสร้างรายได้มหาศาล ซึ่งดึงดูดผู้สมัครใจเข้ามาทำงานจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม
มุมมองและผลกระทบ
ชาวต่างชาติที่ได้รับการส่งตัวกลับประเทศหลายรายเปิดเผยว่าพวกเขาถูกล่อลวงหรือค้ามนุษย์ และถูกบังคับให้ทำงาน ทั้งนี้ มิน อ่อง ไลง์
ให้คำมั่นว่าจะปราบปรามอุตสาหกรรมดังกล่าวภายใต้แรงกดดันจากนานาชาติ รวมถึงสหรัฐและจีน ในปี 2026 จีนได้รับความเสียหายจากกลุ่มหลอกหลวงออนไลน์กว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในช่วง 2
ปีที่ผ่านมา ได้ประหารชีวิตบุคคลอย่างน้อย 15 รายที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกง ซึ่งเกี่ยวกับศูนย์ออนไลน์สแกมในเมียนมาด้วย
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



