อดีตปธ.กมธ.ทหาร ไขเหตุเครื่องรล.ภูมิพลพัง ทั้งที่อายุไม่กี่ปี ร่ายยิบ ทร.จำเป็นต้องมีฟริเกตเพิ่ม
อัปเดตเมื่อ: 21 สิงหาคม 2569 เวลา 18:28อ่าน 3 นาที

อดีตปธ.กมธ.ทหาร ไขเหตุเครื่องรล.ภูมิพลพัง ทั้งที่อายุไม่กี่ปี เพราะ ใช้งานโอเวอร์โหลด- ยันชัดทร.จำเป็นต้องมีฟริเกตเพิ่ม เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร ได้โพสต์ถึงกรณีที่ การเรียกเรือหลวงภูมิพล เข้าอู่เพื่อเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ 2 เครื่อง วงเงินประมาณ
490 ล้านบาทว่า เรือหลวงภูมิพล เริ่มสร้างเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2559 รับมอบจากเกาหลีใต้ประมาณปลายปี 2561 และบรรจุเข้าประจำการกองทัพเรือไทยเมื่อ วันที่ 7 มกราคม 2562 จนถึงปัจจุบัน
รายละเอียดเพิ่มเติม
เรือมีอายุการใช้งานในกองทัพเรือประมาณ 7 ปีครึ่ง เท่านั้น การที่เรือชำรุด โดยเครื่องยนต์พังทั้ง 2 เครื่อง โดยปัจจุบันเหลือเพียงเครื่องยนต์เทอร์ไบน์
(ซึ่งเครื่องยนต์เทอร์ไบน์จะสำรองเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉินเท่านั้น) จึงถือได้ว่า เครื่องยนต์ที่ใช้ในการปฏิบัติงานหลักของเรือหลวงภูมิพล เสียหายลงอย่างสิ้นเชิง ทีั้งๆ
ที่มีอายุการใช้งานยังไม่ถึง 10 ปี จึงถือเป็นปัญหาที่น่ากังวลอย่างมาก เรื่องนี้ผมขออนุญาตให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมา และหวังว่าเพื่อนทหารเรืออย่าได้โกรธผมเลยนะครับ ปัญหาจริงๆ ก็มาจาก
สถานการณ์ล่าสุด
การที่เรือหลวงภูมิพล เป็นเรือฟริเกตที่ใหม่ที่สุดที่กองทัพเรือมีอยู่ในตอนนี้ และมีเพียงลำเดียวในคลาสเดียวกันเสียด้วย จำได้ไหมครับว่า ที่ผ่านมาผมย้ำเสมอว่า
โดยธรรมเนียมแล้วการต่อเรือรบ ทุกประเทศเขาจะต่อเรือแบบเดียวกันเป็นกองเรือ หรืออย่างน้อยๆ จะต้องต่อเป็นคู่ ซึ่งมันไม่ใช่ธรรมเนียมทางความเชื่ออะไรหรอกนะครับ
แต่มันเป็นความจำเป็นในด้านประสิทธิภาพ อันดับแรกเลย การต่อเรือเป็นกองเรือในแบบเดียวกัน ค่าแบบก็จ่ายคราวเดียว อำนาจการต่อรองก็มีมากกว่า
มุมมองและผลกระทบ
ทำให้งบประมาณต่อหน่วยของการต่อเรือหลายลำถูกกว่าการต่อเรือทีละลำ เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้งบประมาณในการสำรองอะไหล่ การบำรุงรักษา และการเตรียมกำลังพลในการปฏิบัติงานบนเรือ
ก็จะประหยัดขึ้น และมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เวลาเรือลำหนึ่งต้องจอดบำรุงรักษา ก็เอาเรืออีกลำมาใช้งาน และด้วยความที่เป็นเรือแบบเดียวกัน ทหาร และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานบนเรือ
ก็สามารถที่จะปฏิบัติงาน และใช้งานระบบต่างๆ ในการปฏิบัติงานได้ทันที การสำรองอะไหล่ ก็สามารถสำรองอะไหล่ร่วมได้ เพราะโอกาสที่เรือทั้งสองลำ จะชำรุดที่อะไหล่ตัวเดียวกัน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
คงจะเกิดขึ้นได้ยากมากๆ กรณีของเรือหลวงภูมิพลเดิมที ผมเข้าใจว่ากองทัพเรือได้วางแผนที่จะต่อเรือฟริเกตอีกลำ ในแบบเดียวกันไว้อยู่แล้ว
ซึ่งเข้าใจว่ามีการเสนอชื่อเรืออย่างไม่เป็นทางการเอาไว้แล้วด้วยว่า “เรือหลวงอานันทมหิดล” แต่ก็ไม่เคยได้รับการอนุมัติงบประมาณ จนอู่ที่ต่อเรือหลวงภูมิพล
ถูกควบรวมกิจการไปเป็นอีกบริษัทหนึ่งแล้ว กับคำถามที่ว่าทำไมเรือหลวงภูมิพล ถึงได้เสียหายหนักขนาดนี้ ก็ต้องตอบตรงๆ ว่า ก็เพราะเรือฟริเกตลำนี้ ถูกใช้งานแบบ Overload มาก ถ้าถามต่อว่า
ทำไมกองทัพเรือถึงได้ใช้งานเรือหลวงภูมิพลแบบ Overload อย่างนี้ คำตอบก็ง่…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



