ปกรณ์เผย พ.ร.บ.อาวุธปืนฉบับใหม่ คุมเข้มร้านค้า-สนามยิงปืน-สกัดปืนเถื่อน พร้อมเปิดช่องคืนปืนไร้โทษ คาดเข้า ครม. กลางก.ย.
อัปเดตเมื่อ: 20 สิงหาคม 2569 เวลา 11:01อ่าน 3 นาที

วันนี้ (20 สิงหาคม) ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อาวุธปืน โดยระบุว่า
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
การแก้ปัญหาอาวุธปืนจะหวังพึ่งเพียงการแก้กฎหมายอย่างเดียวไม่ได้ เพราะประเทศไทยมีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งทางบกและทางทะเล ซึ่งสถานการณ์ภายในของเพื่อนบ้านยังไม่เรียบร้อย
จึงทำให้มีอาวุธปืนเล็ดรอดเข้ามาในประเทศอย่างต่อเนื่อง ปกรณ์กล่าวว่า กฎหมายอาวุธปืนที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นฉบับ พ.ศ. 2490 ซึ่งครอบคลุมเฉพาะปืนที่นำเข้าอย่างถูกกฎหมาย
รายละเอียดเพิ่มเติม
แต่ยังมีช่องโหว่ โดยปัญหาหลักในปัจจุบันมาจากปืนเถื่อน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1. ปืนและเครื่องกระสุนที่ลักลอบนำเข้าตามแนวชายแดน 2.
ปืนที่ซื้อมาอย่างถูกกฎหมายแต่ไม่ยอมนำไปขึ้นทะเบียนขอมีและใช้ และ 3. ปืนไทยประดิษฐ์ ขณะเดียวกัน ปืนที่มีทะเบียนถูกต้องส่วนใหญ่ไม่มีปัญหา
แต่ระบบการอนุญาตและการตรวจสอบติดตามในอดีตยังไม่สมบูรณ์ ต่างคนต่างทำ และไม่มีการเชื่อมโยงข้อมูลกันจากส่วนกลาง
สถานการณ์ล่าสุด
อีกทั้งกฎหมายเดิมก็ไม่ได้เขียนกำหนดให้ร้านขายปืนต้องมาร่วมรับผิดชอบในการดูแลติดตาม “สิ่งที่กระทรวงมหาดไทยเสนอมาและได้หารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกาคือ
ต้องควบคุมปืนในระบบให้ดีผ่านการรื้อระบบ การขึ้นทะเบียนอนุญาต การควบคุมการเล่นปืนหรือใช้ปืน เป็นการป้องกันรอยรั่ว” ปกรณ์ระบุ นอกจากนี้
รองนายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำถึงการควบคุมสนามยิงปืน ซึ่งปัจจุบันอยู่ในการดูแลของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ว่า จะต้องถูกนำมาทบทวนและเข้าสู่ระบบควบคุมอย่างเข้มข้นควบคู่กันไป
มุมมองและผลกระทบ
รวมถึงต้องมีการตรวจตราอาวุธและเครื่องกระสุนตามแนวชายแดนอย่างจริงจัง สำหรับมาตรการจัดการกับปืนที่ไม่ถูกต้อง ปกรณ์กล่าวว่า
จะมีมาตรการเปิดโอกาสให้นำอาวุธปืนมามอบให้ทางราชการโดยไม่ต้องรับโทษ หากไม่แน่ใจว่าปืนนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งเป็นมาตรการคล้ายการนิรโทษกรรม
โดยยอมรับว่าที่ผ่านมาเคยทำมาแล้วได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง เพราะไม่ได้รื้อระบบ แต่ครั้งนี้จะทำควบคู่ไปกับการปฏิรูประบบใหม่ ส่วนแนวคิดเรื่องการรับซื้อปืนคืนจากประชาชนนั้น
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
จากการหารือร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและคณะกรรมการกฤษฎีกาพบว่าต้องใช้งบประมาณสูงมาก และหากตั้งราคารับซื้อต่ำกว่าราคาจริง ประชาชนก็จะไม่นำมาคืน
กระทรวงมหาดไทยจึงเสนอว่าให้นำมาคืนโดยไม่ใช้รูปแบบการซื้อคืนจะเหมาะสมกว่า ส่วนปืนของทหารและตำรวจที่ใช้ในราชการ แม้จะมีมาตรการป้องกันการรั่วไหลอยู่แล้ว
ก็จะใช้มาตรการทางบริหารเข้ามากำกับดูแลอย่างเข้มงวดเพิ่มเติม ปกรณ์ยังกล่าวถึงขั้นตอนและกรอบเวลาในการผลักดันกฎหมายว่า
ขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบกฎหมายกลางไปจนถึงวันที่ 10 กันยายนนี้ จากนั้นจะยกร่างกฎหมายเพื่อนำไปรับฟังความเห็นอีกครั้ง ก่อนจะเร่งเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
(ครม.) ตามมาตรา 19 แห่ง พ.ร.บ.หลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมาย ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืน ฉบับใหม่ เข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ได้ภายในช่วงกลางเดือนกันยาย…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



