‘อนุทิน’ สยบลือทุนญี่ปุ่นย้ายฐาน ยันรัฐบาลไม่ทิ้งมิตรเก่า สั่งรื้อเกณฑ์ส่งเสริมรถอีวีใหม่
อัปเดตเมื่อ: 21 สิงหาคม 2569 เวลา 08:00อ่าน 3 นาที

'อนุทิน' สยบข่าวลือทุนญี่ปุ่นย้ายฐาน ยืนยันรัฐบาลไม่ทิ้งมิตรเก่าพร้อมปกป้องอุตสาหกรรมยานยนต์ดั้งเดิมเต็มที่ สั่ง 'เอกนิติ'
ประเด็นสำคัญ
รื้อเกณฑ์ส่งเสริมรถอีวีใหม่เพื่ออุดช่องโหว่ความลักลั่นไม่ให้ค่ายรถเดิมเสียเปรียบ พร้อมงัดยอดลงทุนต่างชาติครึ่งปีแรกทะลุ 5.3 แสนล้านบาท
การันตีความเชื่อมั่นฐานผลิตไทยยังแกร่งไร้สัญญาณย้ายฐานแน่นอน 21 ส.ค.2569 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย
รายละเอียดเพิ่มเติม
ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวระหว่างการเยือนประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับนักลงทุนทุกประเทศโดยเฉพาะนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น
ซึ่งเข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลักเป็นลำดับต้น ๆ มาอย่างยาวนานจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของภาคอุตสาหกรรมไทย
โดยรัฐบาลพร้อมสร้างความมั่นใจว่าประเทศไทยไม่ได้ทอดทิ้งกลุ่มนักลงทุนเดิมที่มีความผูกพันกันมานาน “ผมยืนยันว่านโยบายหลักของรัฐบาลคือการเปิดกว้างและพร้อมปรับปรุงเงื่อนไขต่าง ๆ
สถานการณ์ล่าสุด
ให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจภายใต้ความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อกันเพื่อให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืน
และเน้นการร่วมมือกันพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาวเพื่อรักษาฐานการผลิตที่เข้มแข็งของญี่ปุ่นไว้ในไทย” นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมยานยนต์
ซึ่งปัจจุบันส่วนประกอบส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ ตัวถัง แชสซี หรือระบบต่าง ๆ ล้วนผลิตภายในประเทศไทยภายใต้แบรนด์ของญี่ปุ่นทั้งสิ้น
มุมมองและผลกระทบ
จึงถือเป็นเรื่องที่ทิ้งกันไม่ได้และต้องทำให้นักลงทุนไม่ทิ้งไทยด้วยเช่นกัน "นักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น ถือว่าเข้ามาเมืองไทยเป็นลำดับต้น ๆ
มานานมากจนแยกไม่ออกแล้วว่าเป็นเมืองไทยหรือเมืองญี่ปุ่นในเรื่องของการใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิต เราพร้อมที่จะคลายข้อติดขัดเพื่อทำให้เขามั่นใจว่าเราไม่ได้ทอดทิ้งเขา
ไม่ใช่เวลาต้องการเขาก็ยอมทุกอย่าง แต่เวลาเขาไปได้ดีแล้วเรามาเพิ่มเงื่อนไขต่าง ๆ ภายหลัง" นายอนุทิน กล่าวว่า ในส่วนของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ล่าสุดได้มอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง พิจารณาแนวทางการดูแลนักลงทุนประเทศต่าง ๆ เพื่อให้ไม่เกิดการเสียเปรียบของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ญี่ปุ่นจะเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมนี้
โดยจะมีการปรับโครงสร้างในด้านต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความยุติธรรมและทำให้ผู้ผลิตแต่ละประเทศยังคงให้ความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย สำหรับรถยนต์ EV
แม้ในช่วงเริ่มต้นจะมีการนำเข้าชิ้นส่วนจากต่างประเทศจำนวนมากแต่ในอนาคตจะเกิดซัพพลายเชนใหม่ภายในประเทศแน่นอน ทั้งแบตเตอรี่ ระบบคอมพิวเตอร์ และส่วนประกอบอื่น ๆ
ที่จะถูกบังคับโดยกลไกการผลิตให้ต้องตั้งฐานในไทยต่อไป รัฐบาลจะมุ่งมั่นรักษาเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจเพื่อเป็นปัจจัยบวกในการดึงดูดและรักษาเงินลงทุนในระยะยาว
"ต้องยึดถือตัวเลขเป็นหลักตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามา เงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ในปีที่แล้วทะลุหลัก 1 ล้านล้านบาท ปีนี้ครึ่งปีมีเงินลงทุนจริงเข้ามาแล้ว
530,000 ล้านบาทแล้ว จึงยังไม…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



