โฆษกดีเอสไอแจง ไม่มีการเมืองกดดัน แจ้งความสำนวนฮั้วสว.หลุด รับเป็นข้อเท็จจริงในคดี
อัปเดตเมื่อ: 25 สิงหาคม 2569 เวลา 16:51อ่าน 3 นาที

โฆษกดีเอสไอแจง ไม่มีการเมืองกดดัน แจ้งความสำนวนฮั้วสว.หลุด รับเป็นข้อเท็จจริงในคดี เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 25 ส.ค. ที่ โถงรับรองกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C)
ประเด็นสำคัญ
ถนนแจ้งวัฒนะ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มอบหมายให้ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน
ถึงประเด็นอธิบดีดีเอสไอมอบอำนาจกองกฎหมายร้องทุกข์กองบังคับการปราบปราม กรณีมีการเผยแพร่เอกสารในสำนวนการสอบสวนคดีฮั้ว สว. เกิดความเสียหายในการปฏิบัติงาน พ.ต.ต.วรณัน เปิดเผยว่า
รายละเอียดเพิ่มเติม
จากประเด็นที่ปรากฎภาพข่าวในช่วงวันสองวันที่ผ่านมา กรณีมีการนำเอกสารที่เป็นรูปรายงานคดีพิเศษ สำนวนคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีความผิดฐานอั้งยี่-ฟอกเงิน สว.
เป็นกรณีที่มีการกล่าวหาว่ามีบุคคลได้ร่วมกันดำเนินการเพื่อให้การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาบางราย ขัดต่อกฎหมาย และจากกรณีดังกล่าวนี้
เราได้ตรวจสอบพิจารณาพยานหลักฐานเบื้องต้นแล้วพบว่าเป็นเอกสารทางราชการ เนื่องจากเป็นรายงานการสอบสวน และเพื่อทำความจริงให้ปรากฏ
สถานการณ์ล่าสุด
อธิบดีดีเอสไอจึงสั่งการให้กองกฎหมายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนตำรวจ กองบังคับการปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อสอบสวนหาความจริงว่ากรณีดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างไร
มีบุคคลใดเกี่ยวข้อง และเป็นความผิดฐานใดบ้าง เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปโดยโปร่งใสและทำความจริงให้ปรากฏต่อไป พ.ต.ต.วรณัน เปิดเผยว่า สำหรับฐานความผิดที่กองกฎหมายไปดำเนินคดีแจ้งความ
จะมีความผิดเพียงเรื่องเอกสารราชการหรือไม่นั้น ต้องเรียนว่า ในเรื่องนี้มันอาจมีข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายส่วน จึงจำเป็นต้องใช้การแจ้งเป็น ‘ข้อเท็จจริงในคดี‘ แทน
มุมมองและผลกระทบ
ว่าในเรื่องนี้มีพฤติกรรมอะไรเกิดขึ้นอย่างไรบ้าง เเละหากกองบังคับการปราบปรามสอบสวนเสร็จแล้ว ทางกองปราบฯ จะเป็นผู้พิจารณาว่าการกระทำนั้น เป็นความผิดฐานใด และผู้ใดเกี่ยวข้องบ้าง
เมื่อถามถึงพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่ถูกเผยแพร่ออกมา ไม่ว่าจะมาจากทาง iLaw หรือของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน
พบข้อเท็จจริงเลยหรือไม่ว่าเป็นหลักฐานที่หลุดมาจากในสำนวนของดีเอสไอจริง ๆ นั้น พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า เรื่องนี้ก็เป็นประเด็นที่เรามอบให้กองบังคับการปราบปราม ได้สอบสวนทั้งหมด
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เพราะคดีนี้ (อั้งยี่-ฟอกเงิน สว.) ตามที่ปรากฏข่าวจะพบเลยว่าดีเอสไอได้สอบสวนจนเสร็จสิ้น จนส่งให้พนักงานอัยการคดีพิเศษ
ต่อมาพนักงานอัยการคดีพิเศษก็ได้คืนสำนวนให้ดีเอสไอเพื่อสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม โดยไปรวมกับสำนวนของ กกต. ด้วย ฉะนั้น กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับเอกสารในคดีนี้จึงมีหลายส่วน
แต่ไม่ว่าส่วนใดมาเกี่ยวข้อง ดีเอสไอก็พร้อมให้ความร่วมมือตรวจสอบ โดยเฉพาะกองบังคับการปราบปราม ที่ถือเป็นหน่วยงานกลาง ที่จะตรวจสอบให้โดยที่ดีเอสไอไม่เข้าไปเกี่ยวข้องในขั้นตอนใด ๆ
ทั้งสิ้น เมื่อถามว่าพยานหลักฐานในคดีที่หลุดไป มีความเป็นไปได้หรือไม่ว่ามีคนนอก หรือคนในเกลือเป็นหนอนนั้น พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า เราคงไปคาดเดาไม่ได้ ต้องให้ตำรวจ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



