เจเศรษฐ์ ชูความร่วมมืออาเซียน-จีน แก้มลพิษข้ามแดน ดันเทคโนโลยีรับมือภัยพิบัติ
อัปเดตเมื่อ: 2 สิงหาคม 2569 เวลา 10:50อ่าน 3 นาที

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) ในฐานะผู้แทนของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมการประชุม
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
The Fourth ASEAN–China Ministerial Roundtable on Construction and Housing 2026 (ACMROCH 2026) ณ ประเทศมาเลเซีย ร่วมกับรัฐมนตรีและผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียนและสาธารณรัฐประชาชนจีน
เพื่อหารือความร่วมมือด้านการก่อสร้าง การพัฒนาเมือง และการเคหะอย่างยั่งยืนของภูมิภาค ในการประชุม เจเศรษฐ์เน้นย้ำว่า การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การแก้ไขปัญหามลพิษ
รายละเอียดเพิ่มเติม
และการรับมือภัยพิบัติ เป็นภารกิจร่วมของภูมิภาคที่ไม่สามารถดำเนินการได้โดยประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพัง เนื่องจากทรัพยากรน้ำเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงของประชาชน เศรษฐกิจ
และการพัฒนาอย่างยั่งยืน อีกทั้งลุ่มน้ำของภูมิภาคมีความเชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การดูแลคุณภาพน้ำจึงต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ ทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูล
การติดตามสถานการณ์มลพิษ การควบคุมและลดแหล่งกำเนิดมลพิษ รวมถึงการฟื้นฟูระบบนิเวศ เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน
สถานการณ์ล่าสุด
ประเทศไทยยังเสนอให้ประเทศสมาชิกอาเซียนและจีนยกระดับความร่วมมือด้านเทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการภัยพิบัติ โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้ระบบเตือนภัยล่วงหน้า การวิเคราะห์ข้อมูล
การเชื่อมโยงฐานข้อมูล และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกัน ลดความสูญเสีย และช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว
พร้อมยืนยันความพร้อมของประเทศไทยในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการน้ำและสิ่งแวดล้อมกับทุกประเทศในภูมิภาค เจเศรษฐ์กล่าวเพิ่มเติมว่า
มุมมองและผลกระทบ
ประเทศไทยกำลังผลักดันการพัฒนากรอบกฎหมายและมาตรการกำกับดูแลดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) เพื่อให้การเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเป็นไปอย่างสมดุล
โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล และประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับ
พร้อมสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารภาครัฐ การวางแผนพัฒนาเมือง และการรับมือภัยพิบัติในอนาคต นอกจากนี้
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เจเศรษฐ์ยังเน้นย้ำถึงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะประเทศผู้ผลิตอาหารสำคัญของภูมิภาค โดยยืนยันว่าประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมในการสนับสนุนด้านอาหารแก่ประเทศสมาชิกอาเซียนและจีน
เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินหรือภัยพิบัติ ด้วยศักยภาพการผลิตอาหารที่สามารถดำเนินการได้ตลอดทั้งปี พร้อมแบ่งปันองค์ความรู้ด้านการเกษตรและการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอาหาร
เพื่อร่วมเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของภูมิภาค ประเทศไทยยืนยันความพร้อมที่จะทำงานร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียนและสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อสร้างภูมิภาคที่มีความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ
สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และอาหาร ภายใต้ความร่วมมือที่ยั่งยืนและการเติบโตร่วมกัน ในโอกาสเดียวกัน เจเศรษฐ์กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



