ข้ามไปยังเนื้อหา

ไทยตอกเขมรหน้าหงาย ‘เขตแดน-สแกมเมอร์’ คนละเรื่อง อย่าใช้ดินแดนเป็นเกราะกำบังอาชญากรรมข้ามชาติ

อัปเดตเมื่อ: 18 สิงหาคม 2569 เวลา 07:59อ่าน 3 นาที

ไทยตอกเขมรหน้าหงาย ‘เขตแดน-สแกมเมอร์’ คนละเรื่อง อย่าใช้ดินแดนเป็นเกราะกำบังอาชญากรรมข้ามชาติ
แชร์ข่าวนี้

18 ส.ค.2569-พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) กล่าวถึงกรณีที่กัมพูชากล่าวหาว่าไทยทำตัวเป็น “ตำรวจอาเซียน”

ประเด็นสำคัญ

ว่า ประเทศไทยไม่ได้ทำตัวเป็นตำรวจอาเซียน และไม่ได้ก้าวก่ายกิจการภายในของประเทศใด แต่ไทยจะไม่เพิกเฉยต่ออาชญากรรมข้ามชาติที่ทำร้ายประชาชนไทย ประชาชนอาเซียน และประชาชนทั่วโลก

พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือต้องแยกข้อเท็จจริงออกจากข้อกล่าวหา โดยเรื่องอธิปไตยคือเรื่องอธิปไตย เรื่องสแกมเมอร์คือเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ

รายละเอียดเพิ่มเติม

และเรื่องเมียนมาคือกระบวนการทางการทูตและกลไกอาเซียน ทั้ง 3 เรื่องไม่ควรถูกนำมาปะปนกันเพื่อสร้างข้อกล่าวหาว่าประเทศไทยมีเจตนาอื่นแอบแฝง

เมื่อถามถึงกรณีที่ทางกัมพูชากล่าวหาว่าไทยทำตัวเป็น “ตำรวจอาเซียน” และใช้เรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์เป็นข้ออ้างเพื่อบุกรุกกัมพูชา ผอ.JIC กล่าวว่า

ควรกลับมาดูข้อเท็จจริงมากกว่าการใช้ถ้อยคำทางการเมือง โดยประเทศไทยไม่เคยประกาศตัวว่าเป็นตำรวจของอาเซียน และไทยเคารพอธิปไตยของประเทศสมาชิกทุกประเทศ

สถานการณ์ล่าสุด

“แต่สแกมเมอร์และอาชญากรรมออนไลน์ไม่ใช่กิจการภายในของประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะผู้เสียหายอยู่ทั่วโลก มีทั้งการฉ้อโกง การฟอกเงิน การค้ามนุษย์ การบังคับใช้แรงงาน

และอาชญากรรมข้ามชาติหลายรูปแบบ” ดังนั้น การปราบปรามเครือข่ายเหล่านี้ไม่ใช่การก้าวก่ายใคร แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของประชาคมระหว่างประเทศ

ถามย้ำถึงกรณีที่กัมพูชาระบุว่าไทยใช้เรื่องสแกมเมอร์เป็นข้ออ้างในเรื่องดินแดน พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า ต้องแยกสองเรื่องนี้ออกจากกันอย่างเด็ดขาด

มุมมองและผลกระทบ

โดยข้อพิพาทหรือประเด็นเกี่ยวกับเขตแดนต้องดำเนินการตามกฎหมายระหว่างประเทศ ข้อตกลง และกลไกที่เกี่ยวข้อง ส่วนการปราบปรามสแกมเมอร์เป็นเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ

อย่านำเรื่องอาชญากรรมมาบังเรื่องเขตแดน และในทางกลับกัน ก็อย่านำเรื่องเขตแดนมาใช้เป็นเกราะกำบังให้อาชญากรรมข้ามชาติ ประเทศไทยพร้อมพูดคุยเรื่องเขตแดนด้วยข้อเท็จจริงและกลไกที่มีอยู่

แต่ในเวลาเดียวกัน ไทยก็มีหน้าที่ปกป้องประชาชนจากเครือข่ายอาชญากรรม ส่วนกรณีที่ถามว่าไทยมีหลักฐานหรือไม่ว่าสแกมเมอร์เป็นปัญหาระดับโลก ผอ.JIC กล่าวว่า

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

เรื่องนี้ไม่ได้มีเพียงประเทศไทยที่พูด เพราะองค์กรระหว่างประเทศและหลายประเทศทั่วโลกต่างยอมรับตรงกันว่า Scam Centres

ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและการค้ามนุษย์ที่ร้ายแรง “เพราะฉะนั้น แทนที่จะถามว่า ‘ประเทศไทยมีสิทธิ์ไปปราบหรือไม่’

ผมคิดว่าคำถามที่ประชาคมโลกอยากได้คำตอบมากกว่าคือ เราจะร่วมมือกันอย่างไร เพื่อไม่ให้พื้นที่ใดในอาเซียนกลายเป็น ที่หลบภัย (Safe Haven) ของอาชญากรรมข้ามชาติ

ประเทศไทยพร้อมร่วมมือกับทุกประเทศ รวมถึงกัมพูชา” ส่วนกรณีที่กัมพูชามองว่าประเทศไทยก้าวก่ายมากเกินไป ผอ.JIC กล่าวว่า ไทยไม่ได้ก้าวก่าย

และไม่ได้ต้องการเข้าไปทำหน้าที่แทนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของประเทศอื่น สิ่งที่ไทยต้องการคือ “Cooperation” ไม่ใช่ “Inte…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: ไทยโพสต์ · ไทยตอกเขมรหน้าหงาย ‘เขตแดน-สแกมเมอร์’ คนละเรื่อง อย่าใช้ดินแดนเป็นเกราะกำบังอาชญากรรมข้ามชาติ
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง