‘ป้าดา’ งานเข้า อยู่ในเหตุปิดทางเข้า–ออกวัดป่าอดุลยาราม เรียกรับทราบข้อหาบุกรุก-ขอใบแทนโฉนดเข้าข่ายแจ้งเท็จ
อัปเดตเมื่อ: 14 สิงหาคม 2569 เวลา 06:19อ่าน 3 นาที

ตำรวจขอนแก่นยืนยัน มีคลิปและพยานเห็น 'ป้าดา' อยู่ในเหตุปิดทางเข้า–ออกวัดป่าอดุลยาราม จึงออกหมายเรียกรับทราบข้อหาบุกรุก พร้อมเตรียมเรียกผู้ร่วมเหตุอีกประมาณ 5–6 คน
อ่านข่าวในหมวด สังคม เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ขณะที่เจ้าพนักงานที่ดินระบุ คำขอใบแทนโฉนดอาจเข้าข่ายแจ้งเท็จ หากพิสูจน์ได้ว่าผู้ยื่นรู้อยู่แล้วว่าโฉนดไม่ได้สูญหาย 14 ส.ค. 2569- เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 13 ส.ค. 2569
พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบหลักฐานจากคลิปวิดีโอที่พลเมืองดีบันทึกไว้ ขณะมีกลุ่มบุคคลดำเนินการปิดทางเข้า–ออก วัดป่าอดุลยาราม
รายละเอียดเพิ่มเติม
จากหลักฐานในคลิป ประกอบกับการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ ต่างยืนยันตรงกันว่าน.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ หรือ ป้าดา อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 255/151 ซอยพิบูลอุปถัมป์
แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในบุคคลที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์ และภายในคลิปที่พลเมืองดีบันทึกไว้ปรากฏเห็นภาพป้าดาอยู่ด้วย
พนักงานสอบสวนจึงออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาในข้อหาบุกรุก "แม้ป้าดาจะไม่ได้เข้ามากระทำการภายในวัด แต่พฤติการณ์ดังกล่าวถือเป็นการรบกวนสิทธิการครอบครองพื้นที่ของวัดอย่างชัดเจน
สถานการณ์ล่าสุด
นอกจากนี้ ตำรวจยังทราบชื่อและที่อยู่ของบุคคลที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์อีกประมาณ 5–6 คน รวมทั้งทราบที่มาของรถปูนและบุคคลที่นำท่อมาลงแล้ว
โดยจะออกหมายเรียกบุคคลเหล่านี้มาสอบสวนและรับทราบข้อกล่าวหาเช่นกัน" พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าว ขณะที่ นายพงษ์สุวัจน์ ไชยต้นเทือก เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า
กลุ่มทายาทผู้จัดการมรดกฝ่ายนางบัวไขได้ยื่นคำขอออกใบแทนโฉนด โดยอ้างว่าโฉนดที่ดินสูญหาย พร้อมนำพยานรับรอง 2 คนมายืนยันตามระเบียบว่าโฉนดสูญหายจริง
มุมมองและผลกระทบ
และนำใบแจ้งความมาใช้เป็นเอกสารประกอบคำขอ แต่ภายหลังจากไปออกรายการโหนกระแส กลับระบุว่าโฉนดอยู่กับพระหรืออยู่กับเจ้าอาวาส จึงเท่ากับว่าโฉนดไม่ได้สูญหาย
ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ถือว่าเป็นการแจ้งเท็จ เพราะมีการให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ตามอำนาจหน้าที่ก็จะต้องมีการแจ้งความดำเนินคดีฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน
ส่วนจะผิดหรือไม่ต้องให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนต่อไป หากนางบัวไขเข้าใจว่าโฉนดหายจริง ก็ถือว่าไม่มีเจตนา แต่ถ้ารู้อยู่แล้วว่าไม่ได้หายแล้วยังมาแจ้ง
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ก็จะเข้าข่ายแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน "ผู้เสียหายในกรณีนี้อาจมี 3 ส่วน ได้แก่ เจ้าพนักงานที่ดินซึ่งเป็นผู้รับถ้อยคำ เจ้าพนักงานตำรวจซึ่งรับแจ้งความว่าโฉนดสูญหาย
และวัดซึ่งเป็นผู้มีสิทธิตามคำพิพากษา เนื่องจากผู้ยื่นคำขออ้างว่าโฉนดสูญหาย ทั้งที่ข้อเท็จจริงระบุว่าโฉนดอยู่กับเจ้าอาวาส
ซึ่งสำนักงานที่ดินต้องรอให้เจ้าอาวาสนำโฉนดตัวจริงมาแสดงและยื่นคัดค้านก่อน เนื่องจากขณะนี้กระบวนการรับคำขอออกใบแทนยังไม่ได้ออกใบแทน
และอยู่ระหว่างการประกาศเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโต้แย้งหรือคัดค้าน และหากเจ้าอาวาสนำโฉนดมาแสดงต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน และตรวจสอบได้ว่าเป็นโฉนดตัวจริงซึ่งไม่ได้สูญหาย
เจ้าพนักงานที่ดินจะสั…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



