ข้ามไปยังเนื้อหา

‘วัส ติงสมิตร’ ข้องใจท่าที ‘ประธานสภา’ รอบคอบหรือซื้อเวลาปมน้องครูใหญ่ซุกหุ้น!

อัปเดตเมื่อ: 20 สิงหาคม 2569 เวลา 06:43อ่าน 3 นาที

‘วัส ติงสมิตร’ ข้องใจท่าที ‘ประธานสภา’ รอบคอบหรือซื้อเวลาปมน้องครูใหญ่ซุกหุ้น!
แชร์ข่าวนี้

20 ส.ค.2569 - นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ข้ออ้าง "ความรอบคอบ" หรือการ "ซื้อเวลา" ทางการเมือง?

ประเด็นสำคัญ

จับตาประธานสภาฯ ชะลอคำร้องสอบ ป.ป.ช. คดีซุกหุ้น” ระบุว่า กลายเป็นประเด็นร้อนเดือดปุดขึ้นมาทันที เมื่อ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร (และประธานรัฐสภา) ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความคืบหน้าการส่งคำร้องของฝ่ายค้านและ สว. ขอให้ประธานศาลฎีกาตั้ง “คณะผู้ไต่สวนอิสระ” ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จากกรณีมีมตียกคำร้องคดีซุกหุ้นของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ทว่า สิ่งที่สร้างความคลางแคลงใจให้กับสังคม ไม่ใช่เพียงแค่อรรถาธิบายเรื่องการตั้ง “คณะบุคคลภายนอกร่วมเป็นกรรมการกลั่นกรองเรื่อง” แต่คือท่าทีและถ้อยแถลงที่เปรยออกมาอย่างไม่แยแสว่า “ขอเอาสมองไปทำอย่างอื่น... อย่ามัวหมกมุ่นอยู่เรื่องเดียว” ย้อนรอยเข็มนาฬิกา: จากวันยื่นเรื่อง สู่ระยะเวลาที่หมุนผ่าน หากเท้าความย้อนกลับไป กระบวนการเข้าชื่อตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน–พฤษภาคม 2569 โดยพรรคประชาชน ร่วมกับพรรคฝ่ายค้านอื่น ๆ และสมาชิกวุฒิสภาบางคน ได้รวบรวมรายชื่อครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ และได้ ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อประธานรัฐสภาตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2569 ทว่า วันเวลาได้หมุนผ่านไปกว่า 2 เดือนเศษ (เข้าสู่เดือนที่ 3) เรื่องดังกล่าวกลับไม่มีความคืบหน้าในการส่งต่อไปยังประธานศาลฎีกาแต่อย่างใด จนกระทั่งประธานสภาฯ เพิ่งออกมาตั้งโต๊ะแถลงถึงการแต่งตั้ง "คณะกรรมการกลั่นกรอง" ขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง โดยไม่ยอมเปิดเผยรายชื่อกรรมการ และไม่กำหนดกรอบเวลาพิจารณาที่ชัดเจน โยนภาระความช้า-เร็วไปให้คณะกรรมการชุดดังกล่าวรับผิดชอบแทน คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ: หลักฐานเชิงประจักษ์ที่ “ไม่ต้องนับหนึ่งใหม่” หัวใจสำคัญที่สุดในคดีนี้ อยู่ที่ข้อเท็จจริงซึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยไว้อย่างชัดแจ้งแล้วว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ มีพฤติกรรมซุกหุ้นจริง (การถือหุ้นผ่าน nominee) จนต้องพ้นจากตำแหน่ง และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญย่อมมีผลผูกพันทุกองค์กร เมื่อ ป.ป.ช. มีมติในทางตรงกันข้าม โดยใช้กรณีที่อ้างว่าได้เกิดขึ้นหลังศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยมาเป็นเหตุให้ยกคำร้อง ย่อมถือได้ว่าพยานหลักฐานมี "เหตุอันควรสงสัย" เพียงพอตามเงื่อนไขเบื้องต้นของรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 แล้วว่ามีการกระทำตามที่ถูกกล่าวหา (ดุลพินิจวินิจฉัย) ประธานรัฐสภาจึงมีหน้าที่เพียงตรวจสอบความถูกต้องของรายชื่อและเอกสารเชิงรูปแบบ (Procedural check) แล้วส่งต่อ (ดุลพินิจตัดสินใจ) ให้ประธานศาลฎีกาแต่งตั้ง "คณะผู้ไต่สวนอิสระ" เท่านั้น รัฐธรรมนูญไม่ได้ออกแบบทางเลือกอื่นมาให้ประธานรัฐสภาพิจารณาแต่ประการใด ส่องกลไกซ้อนกลไก: ประธานสภาฯ กำลังทำเกินหน้าที่หรือไม่?

ตามความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบรายมาตราของรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 เจตนารมณ์ในการตั้ง "คณะผู้ไต่สวนอิสระ" โดยประธานศาลฎีกา ก็เพื่อทำหน้าที่ไต่สวนแ…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: ไทยโพสต์ · ‘วัส ติงสมิตร’ ข้องใจท่าที ‘ประธานสภา’ รอบคอบหรือซื้อเวลาปมน้องครูใหญ่ซุกหุ้น!
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง