เจเศรษฐ์ ผนึก ปภ.-โยธาฯ ระดมทรัพยากรฟื้นฟู อ.ปัว หลังน้ำท่วม ลั่นปชช.ต้องกลับบ้าน-ใช้ชีวิตปกติได้เร็วที่สุด
อัปเดตเมื่อ: 21 สิงหาคม 2569 เวลา 17:00อ่าน 2 นาที

‘เจเศรษฐ์’ ผนึก ปภ.-โยธาฯ เร่งสำรวจความเสียหาย อ.ปัว พร้อมระดมทรัพยากรฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ อ.ปัว จ.น่าน เดินหน้าช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมพูดคุยกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่
รับฟังปัญหาและความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบ้านเรือนและทรัพย์สินโดยตรง เพื่อประเมินความเดือดร้อนและวางแผนจัดสรรทรัพยากรให้ความช่วยเหลือได้ตรงจุดและรวดเร็วที่สุด
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยเป็นการบูรณาการกำลังจากหลายหน่วยงาน ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมโยธาธิการและผังเมือง การประปาส่วนภูมิภาค กรมการปกครอง และกำลังอาสาสมัคร โดยระดมกำลังคน เครื่องจักร
และทรัพยากรเข้าพื้นที่ เพื่อเร่งเคลื่อนย้ายสิ่งของ เก็บกวาดดินโคลนและขยะ ทำความสะอาดบ้านเรือน และฟื้นฟูสาธารณูปโภคที่ได้รับผลกระทบ สำหรับทรัพยากรจาก
ปภ.ที่จัดเตรียมเข้าช่วยเหลือพื้นที่ ประกอบด้วย รถตักดินโคลนและขยะจากน้ำท่วม 4 คัน รถบรรทุกเทท้าย 6 ล้อ 8 คัน รถผลิตน้ำดื่ม 1 คัน รถโรงครัวสนาม 1 คัน และรถบรรทุกน้ำขนาด 10,000 ลิตร
สถานการณ์ล่าสุด
1 คัน เพื่อสนับสนุนภารกิจฟื้นฟูในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง ขณะเดียวกันยังมีการระดมรถน้ำสำหรับฉีดล้างทำความสะอาดบ้านเรือน
เพื่อให้ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบสามารถกลับมาใช้พื้นที่ได้เร็วที่สุด นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า การช่วยเหลือหลังน้ำลดต้องเดินหน้าต่อทันที
เพราะความเดือดร้อนของประชาชนไม่ได้จบลงพร้อมกับระดับน้ำที่ลดลง โดยเฉพาะบ้านเรือนที่มีโคลนและสิ่งสกปรกตกค้าง รวมถึงทรัพย์สินและระบบสาธารณูปโภคที่ได้รับความเสียหาย
มุมมองและผลกระทบ
จึงต้องระดมกำลังคนและเครื่องจักรเข้าไปช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว พร้อมรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่โดยตรง เพื่อให้การช่วยเหลือสอดคล้องกับความต้องการจริง น้ำลดแล้ว งานของเรายังไม่จบ
สิ่งที่ต้องทำต่อคือเร่งฟื้นฟูทุกด้าน ผมอยากให้พี่น้องชาวปัวกลับเข้าบ้าน กลับมาทำมาหากิน และกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติเร็วที่สุด ทั้งนี้
ได้กำชับทุกหน่วยงานให้ติดตามสถานการณ์ฝนและระดับน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมกำลังคน เครื่องจักร และทรัพยากรให้พร้อมรองรับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลง โดยเน้นการทำงานเชิงรุก
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เข้าถึงพื้นที่จริง และแก้ไขปัญหาให้ตรงกับความเดือดร้อนของประชาชน
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



