กรมชลฯ เกาะติดสถานการณ์น้ำทั่วประเทศ เฝ้าระวังฝนตกต่อเนื่อง จับตาระดับน้ำใกล้ชิด
อัปเดตเมื่อ: 11 สิงหาคม 2569 เวลา 13:43อ่าน 3 นาที

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยยังมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
สั่งเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย 12 จังหวัด ย้ำเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และบุคลากรพร้อมเข้าไปช่วยเหลือประชาชนทันที หากเกิดสถานการณ์ ด้านศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC)
กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำประจำวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ว่า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือและประเทศลาวตอนบน
รายละเอียดเพิ่มเติม
ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก
และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ สำหรับปริมาณฝนตกสะสม 3 ลำดับสูงสุดในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่อยู่บริเวณภาคเหนือที่
ต.น้ำมวบ อ.เวียงสา จ.น่าน มีปริมาณฝนสะสม 111.2 มิลลิเมตร ต.บ้านมาง อ.เชียงม่วน จ.พะเยา มีปริมาณฝนสะสม 96 มิลลิเมตร และที่ ต. ส้านนาหนองใหม่ อ.เวียงสา จ.น่าน มีปริมาณฝนสะสม 86
สถานการณ์ล่าสุด
มิลลิเมตร ในส่วนของสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ปัจจุบัน(11 ส.ค.69) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 44,836 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 58 ของความจุอ่างฯรวมกัน
ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 31,830 ล้านลูกบาศก์เมตร ภาพรวมอ่างเก็บน้ำหลายแห่ง ยังมีพื้นที่รองรับน้ำจากฝนที่กำลังตกอย่างต่อเนื่องในระยะนี้ ขณะที่สถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา เมื่อเวลา
06.00 น. ที่ผ่านมา สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำยังต่ำกว่าตลิ่ง 6.45 เมตร ส่วนเขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณน้ำไหลผ่าน 400
มุมมองและผลกระทบ
ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ได้เน้นย้ำให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำเหนือและปริมาณฝนอย่างใกล้ชิด รวมกับบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์
เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายน้ำในระยะต่อไป สำหรับพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัยเป็นพิเศษ 12 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน น่าน มุกดาหาร สระบุรี ร้อยเอ็ด
ยโสธร นครพนม อุดรธานี พิษณุโลก และอำนาจเจริญ ได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่ได้เร่งติดตามสถานการณ์ สำรวจผลกระทบ และเตรียมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
และเครื่องมือเพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนในจุดเสี่ยงแล้ว ด้านแนวโน้มสภาพอากาศ 7 วันข้างหน้า กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่า ระหว่างวันที่ 10–16 สิงหาคม 2569
ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60–70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งตลอดช่วง ขณะที่ภาคกลางมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40–60 ของพื้นที่และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ภาคตะวันออกช่วงวันที่ 10–11 สิงหาคม มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60–70 ของพื้นที่ ก่อนจะลดลงเป็นร้อยละ 40–60 ในช่วงวันที่ 12–16 สิงหาคม ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันตกยังมีฝนตกหนั…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



