ลดไขมันด้วยการกินแต่อาหารต้ม ระวังถุงน้ำดีไม่ทำงาน เสี่ยงตะกอน-นิ่วในถุงน้ำดี
อัปเดตเมื่อ: 9 สิงหาคม 2569 เวลา 17:28อ่าน 3 นาที

ลดไขมันด้วยการกินแต่อาหารต้ม ระวังถุงน้ำดีไม่ทำงาน เสี่ยงตะกอน-นิ่วในถุงน้ำดี แพทย์เผย 5 สัญญาณที่ควรตรวจ หลายคนเริ่มควบคุมอาหารเพื่อให้มีรูปร่างตามที่ต้องการ
ประเด็นสำคัญ
มื้อกลางวันจึงกลายเป็นอาหารที่เรียบง่ายอย่างอกไก่ต้ม ผักต้ม และไข่ขาว ไม่แตะซอสหรือแม้แต่น้ำมันสักหยด อย่างไรก็ตาม
รูปแบบการรับประทานอาหารที่ดูเคร่งครัดเช่นนี้กลับสร้างความกังวลให้กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหาร ตับ และถุงน้ำดี นพ.จั๋ว เหวยหรู (卓韋儒) ระบุว่า
รายละเอียดเพิ่มเติม
หลายคนอาจคิดว่าตนเองกำลังรับประทานอาหารที่คลีนมาก แต่ในความเป็นจริงอาจทำให้ ถุงน้ำดีไม่ได้ทำงานหรือหดตัวตามปกติเป็นเวลานาน
ซึ่งหากเกิดขึ้นต่อเนื่องอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดตะกอนในถุงน้ำดีและนิ่วในถุงน้ำดี นพ.จั๋วโพสต์ให้ความรู้ผ่านเพจ โดยอธิบายถึงความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการลดไขมันว่า
ถุงน้ำดีไม่ใช่อวัยวะที่ไม่มีหน้าที่ แต่มีหน้าที่เก็บสะสมน้ำดี เมื่อเรารับประทานอาหารที่มีไขมัน ร่างกายจะส่งสัญญาณกระตุ้นให้ถุงน้ำดีหดตัวและปล่อยน้ำดีออกมาช่วยย่อยไขมัน
สถานการณ์ล่าสุด
กล่าวอีกนัยหนึ่ง สิ่งที่ถุงน้ำดีต้องการไม่ใช่การหลีกเลี่ยงไขมันอย่างสิ้นเชิง แต่คือการได้ หดตัวและระบายน้ำดีอย่างเหมาะสม
หากลดน้ำหนักด้วยการรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำมากเป็นเวลานาน ประกอบกับลดปริมาณแคลอรีอย่างมาก โอกาสที่ถุงน้ำดีจะหดตัวก็จะลดลง ส่งผลให้น้ำดีค้างอยู่ภายในได้ง่ายขึ้น
ยิ่งหากน้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็วในระยะเวลาสั้น ๆ องค์ประกอบของน้ำดีอาจเปลี่ยนแปลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดตะกอนและนิ่วในถุงน้ำดี ไม่ได้หมายความว่าต้องหันไปกินของทอด
มุมมองและผลกระทบ
นพ.จั๋วย้ำว่า คำแนะนำดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่กำลังลดน้ำหนักควรหันไปรับประทานไก่ทอดหรืออาหารทอดมัน เพราะหัวใจสำคัญของการลดไขมันไม่ใช่การตัดไขมันออกจากอาหารจนเหลือศูนย์
แต่ควรเลือกไขมันที่เหมาะสมและรับประทานในปริมาณพอดี อาหารกลางวันสำหรับลดไขมันที่สามารถทำต่อเนื่องได้ในระยะยาว จึงไม่ควรมีเพียงอกไก่ต้มแห้ง ๆ เท่านั้น แพทย์แนะนำว่า
ในหนึ่งมื้อควรประกอบด้วยผัก โปรตีน คาร์โบไฮเดรตจากอาหารธรรมชาติ และไขมันดีในปริมาณเล็กน้อย ตัวอย่างเช่น ไก่กับผักและมันหวาน ราดน้ำมันมะกอกเล็กน้อย
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
หรือเลือกปลาแซลมอนซึ่งมีไขมันที่เป็นประโยชน์ รับประทานคู่กับผักลวกและข้าวกล้อง รวมถึงเมนูเต้าหู้ ไข่ และผัก เสริมด้วยถั่วเปลือกแข็งในปริมาณเล็กน้อย ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก
ลดน้ำหนักแล้วมี 5 อาการนี้ ควรตรวจถุงน้ำดี นพ.จั๋วเตือนว่า หากอยู่ระหว่างลดน้ำหนักแล้วพบความผิดปกติต่อไปนี้ ไม่ควรสรุปว่าเป็นเพียงปัญหาของกระเพาะอาหารหรือลำไส้
แต่อาจพิจารณาเข้ารับการตรวจถุงน้ำดี ได้แก่ ปวดหรือรู้สึกแน่นบริเวณช่องท้องด้านขวาบน รู้สึกไม่สบายหรือมีอาการมากขึ้นหลังรับประทานอาหารที่มีไขมัน คลื่นไส้ ท้องอืด
อาการปวดร้าวไปยังไหล่ขวาหรือหลัง น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วในระยะเวลาสั้น ๆ ท้ายที่สุด นพ.จั๋วย้ำว่า อาหารต้มหรืออาหารไขมันต่ำไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดี
แต่สิ่งที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพคือการรับประทาน…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



