ถอดรหัส "ทรัมป์" ปรับแผนซ้อมรบเกาหลีใต้ ปูทางดึง "คิม จองอึน" เจรจาสันติภาพ
อัปเดตเมื่อ: 19 สิงหาคม 2569 เวลา 14:45อ่าน 3 นาที

การฝึกซ้อมทางทหารระหว่างสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้ เป็นกิจกรรมที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การหยุดยิงในสงครามเกาหลีเมื่อปี พ.ศ.2496
ประเด็นสำคัญ
โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อรักษาความพร้อมรบและความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกัน หากเกิดวิกฤตบนคาบสมุทรเกาหลี ขณะที่การฝึก Freedom Shield ซึ่งจัดขึ้นในเดือนมีนาคม และ Ulchi Freedom
Shield ซึ่งจัดขึ้นในเดือนสิงหาคม ถือเป็นการฝึกสำคัญประจำปีของพันธมิตร ที่ทั้ง 2 ฝ่ายยืนยันมาโดยตลอดว่า การฝึกมีลักษณะเชิงป้องกันและมุ่งเสริมความพร้อมของกองกำลังพันธมิตร แต่ปี 2569
รายละเอียดเพิ่มเติม
นี้ โลกเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน เมื่อการฝึก Freedom Shield ในเดือนมีนาคมมีการฝึกภาคสนาม 22 ครั้ง ลดลงอย่างมากจาก 51 ครั้งจากปีที่แล้ว
แม้จำนวนกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึกโดยรวมยังอยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม ทำให้นักวิเคราะห์มองว่าการลดความเข้มข้นของการฝึก
อาจเป็นสัญญาณที่ช่วยสร้างบรรยากาศเอื้อต่อการเปิดช่องทางเจรจากับเกาหลีเหนือ ล่าสุด ประธานาธิบดีทรัมป์ ยังตอกย้ำแนวความคิดเจรจากับโสมแดง ด้วยการสั่งให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ
สถานการณ์ล่าสุด
ลดการมีส่วนร่วมในการฝึก Ulchi Freedom Shield อีก แม้การฝึกจะยังเริ่มต้นตามกำหนดเดิม และสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ยังคงประสานงานด้านความมั่นคงร่วมกันต่อไปก็ตาม
โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับต้นทุนของการฝึก การตัดพ้อเรื่องความไม่ช่วยเหลือของเกาหลีใต้ปมสงครามตะวันออกกลาง และมุมมองว่าการซ้อมรบดังกล่าวอาจสร้างแรงกดดันต่อเกาหลีเหนือ มากไปกว่านั้น
ทรัมป์ยังย้ำถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเขากับ "คิม จอง อึน" ผู้นำเกาหลีเหนือ อีกด้วย สหรัฐฯ ปรับกลยุทธ์การทูต รางวัลล่วงหน้า-ลดแรงตึงเครียด ดร.ไพบูลย์ ปีตะเสน
มุมมองและผลกระทบ
ประธานศูนย์เอเชียศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิเคราะห์เจาะลึกถึงปรากฏการณ์นี้ว่า การลดระดับการซ้อมรบของสหรัฐฯ
ไม่ใช่เพียงเรื่องของการลดภาระค่าใช้จ่ายทางการทหารตามที่ประธานาธิบดีทรัมป์หยิบยกมาอ้างต่อสาธารณชนเท่านั้น แต่เป็น "กลยุทธ์ทางการทูตเชิงรุก" ที่ถูกวางแผนไว้อย่างแยบยล
การซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ ซึ่งดำเนินมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การพักรบในสงครามเกาหลีเมื่อปี พ.ศ.2496 (ค.ศ. 1953)
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ถือเป็นหนามยอกอกและจุดยั่วเย้าสำคัญที่สร้างความโกรธแค้น ตลอดจนความหวาดระแวงแก่รัฐบาลเปียงยางมาโดยตลอด
เกาหลีเหนือมองว่าการซ้อมรบดังกล่าวคือการจำลองสถานการณ์เพื่อยึดครองและล้มล้างระบอบการปกครองของตน แต่การที่สหรัฐฯ ยอมอ่อนข้อด้วยการลดกิจกรรมทางทหารลงก่อน จึงเปรียบเสมือนการส่ง
"ข้อเสนอไมตรีล่วงหน้า" เพื่อลดแรงตึงเครียด สร้างบรรยากาศแห่งความไว้เนื้อเชื่อใจ และสร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อการดึงตัว "คิม จองอึน" ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ
ให้ยินยอมกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้ง คิม จองอึน "เนื้อหอม" เกาหลีเหนือในยุคที่เลือกได้ อย่างไรก็ตาม ดร.ไพบูลย์ ชี้ให้เห็นว่า บริบทการเมืองโลกและดุลอำนาจในคาบสมุทรเกาหลีในปัจจุบัน
ได้เปลี่ยนแปลงไปจากยุค ทรัมป์1.0 ที่เคยพบกับผู้นำคิม ในช่วงปี 2561-2562 ที่ สิง…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



