ข่าวสดพระเครื่อง – เหรียญหลวงพ่อย่นรุ่นแรก วัดบ้านฆ้อง อ.โพธาราม
อัปเดตเมื่อ: 26 กรกฎาคม 2569 เวลา 13:32อ่าน 3 นาที

“พระครูพิพิธธรรมาภิรม” หรือ “หลวงพ่อย่น ฐิตปัญโญ” อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านฆ้อง ต.บ้านฆ้อง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี พระเกจิชื่อดัง ต้นตำรับเหรียญเต่าแห่งลุ่มแม่น้ำแม่กลอง เกิดเมื่อวันพุธที่
อ่านข่าวในหมวด สังคม เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
18 เม.ย.2431 ที่บ้านฆ้อง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เล่าเรียนศึกษาที่วัดในหมู่บ้านจนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากนั้นบวชเป็นสามเณรศึกษาเล่าเรียนที่วัดบ้านฆ้องได้ 3 ปีเศษ อายุครบ 20
ปีเข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันศุกร์ ปี พ.ศ.2451 อยู่ในปกครองพระอธิการปัด วัดบ้านฆ้อง ปฏิบัติศึกษาเล่าเรียนตามกิจ ลงอุโบสถ สวดมนต์ภาวนาอยู่เป็นนิจมิได้ขาด
รายละเอียดเพิ่มเติม
จนสามารถขึ้นสวดพระปาฏิโมกข์ได้ตั้งแต่ในพรรษาแรก พรรษาที่ 3 เล่าเรียนภาษาขอม แปลอธิบายพระปาฏิโมกข์ แล้วก็ได้จารเขียนหนังสือเป็นตัวขอมโบราณ หนังสือเจ็ดตำนาน และหนังสือพระปาฏิโมกข์
เขียนด้วยมือของหลวงพ่อเองสร้างไว้ในพระพุทธศาสนา พรรษาที่ 4 กราบลาพระอาจารย์จากวัดบ้านฆ้อง เพื่อเดินทางออกธุดงค์ไปปฏิบัติธรรมยังสถานที่อื่นๆ เดินทางมาอยู่ที่วัดสระสี่เหลี่ยม
อ.สามแก้ว จ.นครปฐม (ปัจจุบันคือ อ.ดอนตูม จ.นครปฐม) อยู่ในปกครองของพระอธิการวัดสระสี่เหลี่ยม ศึกษาปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดสระสี่เหลี่ยมได้ 2 ปี พ.ศ.2457 กราบลาเจ้าอาวาสวัดสระสี่เหลี่ยม
สถานการณ์ล่าสุด
ออกเดินทางไปปฏิบัติธรรมยังสถานที่อื่นๆ เดินทางขึ้นไปทางเหนือ แวะพำนักพักอาศัยอยู่ที่วัดสมอบท บ้านเสี้ยน แขวงเมืองชัยนาท (ปัจจุบันวัดสมอบทแห่งนี้เป็นโบราณสถานอยู่ในตำบลหนองแซง
อ.หันคา จ.ชัยนาท) เป็นวัดร้างอยู่ในพื้นที่ป่าทุรกันดาร แวะพักอาศัยอยู่ พวกชาวบ้านทั้งหลายต่างพร้อมใจนิมนต์ให้เป็นสมภารที่วัดสมอบท รับปกครองพระอาราม เป็นเวลา 4 ปีบริบูรณ์ พ.ศ.2461
เดินทางกลับมาอยู่ที่วัดบ้านฆ้อง อยู่ในการปกครองของพระอธิการชื่น เจ้าคณะตำบลบ้านฆ้อง ช่วยปฏิสังขรณ์กุฏิสงฆ์ ก็มีคนเดินทางนิมนต์ให้ไปจำพรรษาเป็นสมภารปกครองที่วัดแห่งอื่นอีก
มุมมองและผลกระทบ
กระทั่งในปี พ.ศ.2469 พระอธิการชื่นมรณภาพ จึงรับหน้าที่เป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านฆ้องตั้งแต่นั้นมา อยู่ในการปกครองของเจ้าคณะอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี มีวัดที่ขึ้นอยู่ในการปกครองทั้งหมด
6 วัด มีโรงเรียนสอนพระปริยัติธรรม มีครูสอนอยู่ในวัดทุกปีมิได้ขาด ปฏิบัติสวดมนต์อยู่เป็นนิจ มีอุบาสก-อุบาสิกา รักษาศีลอุโบสถในพรรษาทุกปี พ.ศ.2472
ได้รับตราตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลบ้านฆ้อง สร้างหอระฆังขึ้นอีก 1 หลัง เป็นแบบอิฐและปูน สร้างด้วยมือของตนเอง ร่วมมือร่วมใจกับญาติโยมสร้างขึ้นมาจนสำเร็จ พ.ศ.2476
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
พร้อมใจกับชาวบ้านช่วยกันเฉลี่ยทรัพย์กันตามศรัทธาร่วมสร้างกุฏิสงฆ์ขึ้นอีก 1 หลัง เป็นแบบมุงกระเบื้อง พ.ศ.2483 สร้างโรงเรียนสอนเด็กขึ้นมาอีก 1 หลัง แต่ยังไม่ได้ทาสี
เนื่องจากอยู่ในช่วงสงครามโลก ข้าวของหายาก ก็สร้างเสร็จในปี พ.ศ.2484 พ.ศ.2485 ได้รับตราตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ.2497 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ในราชทินนามที่
พระครูพิพิธธรรมาภิรม ในปี พ.ศ.2506 อนุสรณ์อีกหนึ่งชิ้นที่สำคัญที่หลวงพ่อได้สร้างไว้คือ โรงเรียนวัดบ้านฆ้องขึ้น (ปัจจุ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



